ตอบข้อสงสัย! ทำไมคาราอาเกะต้องเป็นไก่ทอด ไม่ใช่เนื้อวัวหรือเนื้อหมู?

เมื่อพูดถึงคาราอาเกะ คนญี่ปุ่นมักนึกถึงไก่ทอดคาราอาเกะ และแทบจะไม่มีคนนึกถึงเนื้อหมูหรือเนื้อวัวเลย มารู้คำจำกัดความของคาราอาเกะและเหตุผลที่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เลือกใช้ไก่เป็นวัตถุดิบในการทอดไก่ทอดคาราอาเกะกันค่ะ

คำจำกัดความของคาราอาเกะ

คาราอาเกะ

คาราอาเกะ (唐揚げ) เป็นวิธีการปรุงอาหารที่ใช้การทอดด้วยน้ำมัน โดยนำวัตถุดิบมาปรุงรส โรยด้วยแป้งสาลีหรือแป้งมันฝรั่งเล็กน้อยแล้วนำลงทอดในน้ำมัน คนทั่วไปมักจะคิดว่าคาราอาเกะนั้นมีเพียงวัตถุดิบที่เป็นไก่ แต่จริงๆ แล้วใช้วัตถุดิบอื่นๆ เช่น ปลา กุ้ง ผัก และเนื้อสัตว์อื่นๆ ได้ด้วย

ทำไมคนญี่ปุ่นจึงนิยมรับประทานไก่คาราอาเกะมากกว่าเนื้อหมูหรือเนื้อวัว

คาราอาเกะ

1. เนื้อไก่มีส่วนประกอบของน้ำสูงกว่าเนื้อหมูและเนื้อวัว

เนื้อไก่มีส่วนประกอบของน้ำสูงกว่าเนื้อหมูและวัว ดังนั้นเมื่อนำมาทอดจะได้ไก่ทอดที่นุ่มและฉ่ำ แม้ว่าจะวางไว้จนเย็น แต่เนื้อไก่จะยังคงความนุ่มและรับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อย อีกทั้งส่วนประกอบของน้ำที่สูงกว่าทำให้เนื้อไก่สามารถดูดซึมรสชาติความอร่อยจากส่วนผสมของเครื่องปรุงรสได้ดีกว่าเนื้อหมูและเนื้อวัว

2. ปริมาณของโปรตีนคอลลาเจนในเนื้อไก่น้อยกว่า

เนื้อหมูและเนื้อวัวมีปริมาณโปรตีนคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสูงกว่าเนื้อไก่ โดยปกติโปรตีนชนิดนี้จะแข็งตัวเมื่อให้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 65 องศาเซลเซียส ดังนั้นหากนำมาทอด เนื้อหมูและเนื้อวัวจะมีรสชาติแข็งกว่าไก่ทอด

3. อุณหภูมิที่ไขมันในเนื้อไก่ละลายต่ำกว่าเนื้อหมูและเนื้อวัว

อุณหภูมิที่ไขมันในเนื้อสัตว์ละลายมีดังนี้ เนื้อไก่ประมาณ 30 องศาเซลเซียส เนื้อหมูประมาณ 40 องศาเซลเซียส และเนื้อวัวประมาณ 45 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิร่างกายของคนเราอยู่ที่ประมาณ 36 องศาเซลเซียส ไขมันของไก่จะละลายในปากจึงทำให้รู้สึกว่าไก่ทอดมีรสชาติอร่อยแม้จะวางไว้จนเย็น

4. เนื้อไก่มีราคาถูกกว่าเนื้อหมูและเนื้อวัว

เนื้อไก่มีราคามาตรฐานตั้งแต่ 48-148 เยนต่อ 100 กรัม หมูเนื้อมีราคาตั้งแต่ 108-220 เยนต่อ 100 กรัม และเนื้อวัวมีราคาตั้งแต่ 280-580 เยนต่อ 100 กรัม ดังนั้นเมื่อต้องจำหน่ายตามร้านขายอาหาร เนื้อหมูหรือเนื้อวัวทอดคาราอาเกะจะมีราคาแพงกว่า ทั้งที่รสชาติอาจอร่อยน้อยกว่า

 

ผู้เขียนเองก็เคยทำหมูทอดคาราอาเกะ แต่ทอดออกมาแล้วเนื้อแข็งและไม่อร่อยเหมือนไก่ทอดคาราอาเกะ แต่หากเป็นหมูทอดกระเทียมกับข้าวเหนียวของเมืองไทยล่ะก็บอกเลยค่ะว่าเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม    สล็อตเว็บตรง

เที่ยวให้ครบทุกแลนด์มาร์กกับ 15 เมืองสุดว้าวแดนปลาดิบ

ไม่ว่าจะฤดูไหน เทศกาลอะไร “ญี่ปุ่น” ก็ยังคงเป็น Destination ยอดฮิตตลอดกาลของคนไทยเสมอ… สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่มีโปรแกรมวางไว้ว่าจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเองแบบไม่พึ่งไกด์ แต่ยังคิดไม่ตกว่าทริปนี้จะเที่ยวเมืองไหนดี วันนี้เรามีเมืองดีๆ สถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ และแลนด์มาร์กที่คุณไม่ควรพลาดมาแนะนำ รับรองว่าครบทุกจุดไม่มีพลาด! ว่าแต่จะมีเมืองไหน เที่ยวอะไรบ้างไปดูกันเลย!

จองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวญี่ปุ่นกับ Traveloka คลิกที่นี่

1. เกียวโต (Kyoto)

นอกจากโตเกียวแล้ว “เกียวโต” นี่แหละ คือเมืองที่หลายคนฝันถึง ด้วยความที่เกียวโตเคยเป็นเมืองหลวงเก่าของประเทศญี่ปุ่น และเป็นเมืองหลวงที่ยาวนานที่สุด ทำให้เกียวโตกลายเป็นเมืองสำคัญที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ดังนั้นการมาเยือนเกียวโต จะให้ความรู้สึกเหมือนได้นั่งไทม์แมตชีนย้อนเวลากลับไปในอดีต ทั้ง วัด ศาลเจ้า สิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะเก่าแก่ของญี่ปุ่น และได้รับกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นไปเต็มๆ !!

แน่นอนว่ามาเที่ยวเกียวโตทั้งที ก็ต้องห้ามพลาด ศาลเจ้าเทพเจ้าจิ้งจอกอินาริ หรือศาลเจ้าแดง (Fushimi Inari Shrine) แล้วอย่าลืมแวะถ่ายรูปกับประตูโทริอิ (Torii Gate) เสาประตูสีแดงที่เรียงตัวกันนับหมื่นต้นที่หลังศาลเจ้าด้วยล่ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเรามาไม่ถึงโตเกียว

2. ซากะ (Saga)

ใครเคยดูซีรี่ส์เรื่อง STAY ซากะ…ฉันจะคิดถึงเธอ แล้วอยากตามไป “ซากะ” ยกมือขึ้น! ซากะเป็นจังหวัดเล็กๆ บนเกาะคิวชูที่โดดเด่นเรื่องเครื่องปั้นดินเผามากกกกก! โลเกชั่นของจังหวัดนี้อยู่ติดกับทะเล และมีผลผลิตทางเกษตรกรรมที่มีคุณภาพ ดังนั้นคุณภาพอาหารของที่ซากะถือว่าดีเยี่ยมสุดๆ แถมยังมีมรดกทางวัฒนธรรมหลงเหลือให้เราได้ไปสัมผัส

ไฮไลต์ของซากะนี้ไม่ได้มีแค่อาหารทะเลอร่อยๆ เท่านั้นนะ งานบอลลูนนานาชาติ ณ ที่ราบซากะ ก็ถือเป็นงานใหญ่ประจำเมือง มี Sugar Road บนถนนสายนางาซากิ เป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านขายขนมญี่ปุ่นโบราณ และที่ดีงานสุดๆ ก็คือ สวนมิฟูเนะ-ยามะ ราคุเอน (Mifuneyama Rakuen Garden) ที่ตีนเขา Mifune ที่จัดแต่งสวนสวยไว้ตลอดปี มาเที่ยวช่วงไหนก็ฟินสุดๆ

3. โอซาก้า (Osaka)

เรื่องความเจริญของญี่ปุ่น “โอซาก้า” ก็เป็นเมืองใหม่ที่มีความศิวิไลซ์ไม่แพ้โตเกียวเลยสักนิด เรื่องแหล่งช้อปปิ้งใหญ่ๆ นี่บอกเลยว่า สายช้อปทั้งหลายไม่มีผิดหวัง เพราะแหล่งช้อปปิ้งที่โอซาก้านี่เด็ดไม่แพ้โตเกียวเลย แถมยังมี Universal Studios และ Aquarium ที่ดีที่สุดของโตเกียวอยู่ด้วย ส่วนใครที่เป็นสายวัฒนธรรมที่นี่ก็ยังมีให้เห็นอย่างปราสาทโอซาก้า บอกเลยว่าเมืองนี้สะดวกทั้งการเดินทาง ที่พักและแหล่งท่องเที่ยว

สำหรับใครที่มีโอกาสได้มาเที่ยวโอซาก้า แล้วแวะมาช้อปปิ้ง มากิน ดื่มกันที่ย่านโดทงบุริ ดาวน์ทาวน์ขนาดใหญ่ประจำเมืองโอซาก้าก็อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง “ป้ายไฟกูลิโกะ”

4. ฟุกุโอกะ (Fukuoka)

“ฟุกุโอกะ” ถือเป็นเมืองท่าสำคัญของญี่ปุ่นและเมืองหลวงประจำเกาะคิวชู ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ติดแนบชิดกับทะเลทำให้ฟุกุโอกะ โดดเด่นมากเรื่องอาหารทะเลที่สดและอุดมสมบูรณ์มาก-มากที่สุด! แถมยังมีความครบเรื่องทั้งเรื่องเที่ยวธรรมชาติ ศาลเจ้า ช้อปปิ้งและอาหารการกิน บอกได้คำเดียวว่า ฟินไม่แพ้โตเกียวแน่นอน!

ต้องบอกเลยว่าที่ฟุกุโอกะนั้น มีสถานที่ให้เราไปตามเก็บเยอะมาก ทั้งวัดนันโซอิน ย่านช้อปปิ้งเทนจิน ศูนการค้าคาแนลซิตี้ สวนโอโฮริ ปราสาทฟุกุโอกะ ซุ้มขายอาหารสไตล์ยาไต แต่ที่เรายกให้เป็น Number 1 ของทริปคือ ศาลเจ้า Dazaifu Tenman-gu เป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงมาก คนเยอะตลอดทั้งปี และจะยิ่งเยอะสุดๆ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม เพราะต้นบ๊วยกว่า 6,000 ต้นของที่นี่จะออกดอกบานสะพรั่งสุดๆ ปล.แนะนำว่าให้มาขอพรเรื่องการเรียนจะเวิร์กสุดอะไรสุด!

5. นารา (Nara)

ย้อนกลับไปเมื่อ 1,300 ปีก่อน “นารา” เองก็เคยเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงญี่ปุ่น จึงไม่น่าแปลกใจที่ นารา จะเป็นอีกหนึ่งเมืองที่เต็มไปด้วยความทรงจำในประวัติศาสตร์ เต็มไปด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและธรรมชาติ และมีมรดกโลกถึง 3 แห่ง เริ่มตั้งแต่สวนสาธารณะนารา เขตอิคารุกะ และแหล่งซากุระที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นอย่าง โยชิโนะ

ความพิเศษของเมืองนี้คือ ความน่ารักของเจ้ากวางทั้งหลายที่มักแฝงตัวอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อย่างสวนกวางนารา (Nara Park) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ของเมืองนารา ที่มีกวางน้อยให้เราได้เข้าใกล้ในระยะประชิดสุดๆ!

6. โกเบ (Kobe)

“โกเบ” เมืองท่าสุดทันสมัยที่มีผสมผสานความเป็นตะวันตกและญี่ปุ่นเอาไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ทั้งด้านสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม มีทั้งมุมเก่าแก่ที่น่าค้นหาและเสน่ห์ของความสวยงามแบบทันสมัย และสิ่งที่ทำให้โกเบโด่งดังมากที่สุดจนฉุดไม่อยู่คือ เนื้อโกเบ ที่เขาว่ากันว่าอร่อยสุดๆ จนฉุดไม่อยู่! และช่วงเดือนตุลาคม-เมษายนเป็นฤดูแห่งการกลั่นเหล้าสาเกที่เรียกว่า “คูระ”

นอกจากเนื้อที่เขาว่าดี และเหล้าสาเกที่เขาว่าเยี่ยมสุดๆ แล้ว โกเบ ยังขึ้นชื่อเรื่อง ออนเซน อีกด้วย “อะริมะออนเซน” เป็นย่านเก่าแก่ น้ำแร่ในบ่อออนเซนแห่งนี้อุดมไปด้วยแร่ธาตุกว่า 7 ชนิดในบ่อเดียว แถมติดอันดับ 1 ใน 3 ของออนเซนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ดังนั้นใครที่อยากมาลองแช่ตัว ผ่อนคลายห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงนะจ๊ะ

7. โยโกฮาม่า (Yokohama)

ด้วยความที่ “โยโกฮาม่า” เป็นเมืองท่าเมืองแรกของญี่ปุ่น และอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว ดังนั้นใครที่มาเที่ยวโตเกียวก็สามารถจัดทริปเล็กๆ 1 Day Trip มาเที่ยวที่นี่ได้แบบสบายๆ ด้วยโลเกชั่นของเมืองอยู่ชิดริมฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของโยโกฮาม่าได้รับมาจากประเทศจีนมากที่สุด ทำให้ที่นี่มีไชน่าทาวน์ขนาดใหญ่มาก ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และสวยติดอันดับต้นๆ ของโลก

นอกจากไชน่าทาวน์ที่มีชื่อเสียงแล้ว อีกหนึ่งจุดที่ห้ามพลาดเด็ดขาดเลยก็คือ Yokohama Marine Tower หอคอยชมวิวยอดฮิตของเมืองโยโกฮาม่า ที่มีความสูงกว่า 106 เมตร และจากจุดนี้เองเราสามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของเมืองได้แบบพาโนรามาเลยทีเดียว!

8. ฮิโรชิม่า (Hiroshima)

ออกตามหาความทรงจำที่เหลืออยู่ที่เมือง “ฮิโรชิม่า” 1 ใน 2 เมืองที่ถูกทิ้งระเบิดเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในอดีตฮิโรชิม่าเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก และมีการออกแบบผังเมืองมากอย่างดี ทำให้ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง พิพิธภัณฑ์ ศาลเจ้า และอนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำให้เราได้มาตามหา รวมถึงมรดกโลกอย่าง ศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ (Itsukushima Shrine) ศาลเจ้าลอยน้ำที่มีลักษณะการสร้างคล้ายแพ เมื่อน้ำขึ้นศาลเจ้าจะลอยน้ำได้ และจุดที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของศาลเจ้า คือ ประตูโทริอิสีแดง ที่มีความสูงถึง 160 เมตร

9. ซัปโปโร (Sapporo)

ตามภาพยนตร์เรื่องแฟนเดย์ แฟนกันแค่วันเดียว มาที่เมืองหลวงของฮอกไกโดอย่าง “ซัปโปโร”

ซัปโปโรเป็นเมืองที่มีระบพื้นฐานมาจากอเมริกาเหนือ ผสมผสานกับความเสน่ห์แบบญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาว ซัปโปโรจะมีอุณหภูมิต่ำสุดถึง -10 องศา ที่นี่จึงเป็นสถานที่ยอดฮิตสำหรับคนที่ชอบเล่นกีฬาฤดูหนาวอย่าง สกี สโนว์บอร์ด ส่วนหน้าร้อนก็จะมีทุ่งดอกลาเวนเดอร์ให้เราได้เที่ยวชมอีกด้วย

และไฮไลต์ของเมืองก็คือ งานเทศกาลหิมะซัปโปโร ประติมากรรมน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่จะจัดขึ้นประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี และจัดแสดงทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ สวนโอโดริ ย่านช้อปปิ้งดาวน์ทาวน์ และโดมทะสุ

10. กิฟุ (Gifu)

“กิฟุ” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของประเทศญี่ปุ่น แบ่งออกเป็นทางตอนเหนือที่เต็มไปด้วยภูเขาสูง และตอนใต้เป็นแถบที่ราบ มีแม่น้ำไหลผ่าน และด้วยภูมิประเทศที่แตกต่างกันนี้เองทำให้ กิฟุ มีความหลากหลายด้านทัศนียภาพและวัฒนธรรม กิฟุเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบจนได้ชื่อว่าเป็น ลิตเติ้ลเกียวโต มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่าง ออนเซนในเมืองเกโร่ ย่านเมืองเก่าทาคายาม่า และมรดกโลกอย่าง ปราสาทกิฟุ

นอกจากนี้ที่กิฟุ ยังมีเมืองมรดกโลกอย่างหมูบ้านชิราคาวาโกะ (Shirakawa-go) และโกคายาม่า (Gokayama) หมู่บ้านริมแม่น้ำโชงาวะ เอกลักษณ์ของหมู่บ้านแห่งนี้คือบ้านมุงหลังคาสูงชันเพื่อให้ทนต่อปริมาณหิมะในฤดูหนาว มีห้องใต้หลังคากว้าง และที่สำคัญหมู่บ้านแห่งนี้ยังทำไร่แบบดั้งเดิมอยู่ ใครที่อยากมาสัมผัสธรรมชาติและชอบความดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น รับรองว่าประทับใจแน่นอน

11. นาโกย่า (Nagoya)

 

เมืองแห่งการผลิตชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ที่นี่เป็นต้นกำเนิดแบรนด์รถชื่อดังอย่าง TOYOTA “นาโกย่า” เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เต็มไปด้วยความแตกต่างของวัฒนธรรม ทั้งด้านประวัติศาสตร์และความทันสมัยก้าวหน้าสไตล์เมืองที่เจริญแล้ว

จุดที่บ่งบอกถึงวัฒนธรรมและเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนาโกย่าก็คือ ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle) ที่มีรูปสลักหัวเสือทองคำบนเท็นจูคะคุ มีพิพิธภัณฑ์โทคุกาวะที่รวบรวมสิ่งของมีค่าของตระกูลโชกุนโทคุกาวะ และมีสวนน้ำพุล้อมรอบที่สามารถเดินเล่น ชมความสวยงามได้ทุกฤดู

12. มิยาซากิ (Miyazaki)

เรื่องท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมไม่มีเมืองไหนเกิน “มิยาซากิ” ตั้งอยู่ในภูมิภาคคิวชู สามารถเดินทางจากฟุกุโอกะไปง่ายๆ นั่งรถไฟเพียงแค่ 3 ชั่วโมงก็ถึง มิยาซากิเป็นเมืองที่มีทั้งชายหาดสวยงาม รายล้อมด้วยภูเขา และมีศาลเจ้ามากมาย เช่น ศาลเจ้ามิยาซากิที่มีความเกี่ยวข้องกับตำนานต้นกำเนิดประเทศญี่ปุ่น

ช่องเขาทาคาชิโฮ (Takachiho-kyo) เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากของ หุบเขาแห่งนี้เกิดจากรอยแตกของภูเขาที่มีน้ำแม่น้ำโกคาเซะตัดผ่าน จนกลายเป็นหินสูงชันเหมือนหน้าผา และมีน้ำตกมินาอิโนทาคิ ความสูง 17 เมตรไหลผ่าน นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นสบายๆ ชิลล์ๆ ได้ หรือจะเช่าเรือ พายเรือชมวิวเพลินๆ ก็โรแมนติกสุดๆ ไปเลย

13. นากาโน่ (Nagano)

ไปเที่ยว ปีนเขาแอลป์ญี่ปุ่น ตะลุยดงซากุระ ชมใบไม้เปลี่ยนสี เล่นหิมะเพลินๆ และแช่น้ำแร่เพื่อสุขภาพที่ “นากาโน่” เมืองที่ถูกห้อมล้อมด้วยภูเขาสูงกว่า 3,000 เมตร จนถูกขนานนามให้เป็นหลังคาของญี่ปุ่น และเคยเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิคฤดูหนาว ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว

แน่นอนว่าในฤดูหนาว เมืองนี้จะต้องคึกคักสุดๆ โดยเฉพาะที่ ฮากุบะ (Hakuba) ทางเหนือของเทือกเขาแอลป์ พื้นที่สำหรับเล่นสกี จีงมีสกีรีสอร์ตขนาดใหญ่ ลานสกีกว่า 200 เส้นทางและมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเล่นกีฬาฤดูหนาวไว้อำนวยความสะดวกครบครัน แถมยังมีน้ำพุร้อนอยู่รอบเมืองด้วย

14. โอกินาว่า (Okinawa)

“โอกินาว่า” จังหวัดทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยหมู่เกาะริวกิวนับร้อยเกาะ โอบล้อมด้วยมหาสมุทร ขึ้นชื่อว่าทะเลสวย น้ำใสและเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักร้อนในของฝันของชาวญี่ปุ่นประหนึ่งว่าเป็นฮาวายก็ว่าได้

นอกจากเกาะเล็กเกาะน้อยที่สวยงามแล้ว อีกหนึ่งจุดที่เราอยากให้คนได้มาสัมผัสคือ หน้าผามันซาโมะ ฉากจบของซีรี่ส์เกาหลีเรื่องดัง It’s okay That’s love ถ้าเราได้มองหน้าผาจากระยะไกลๆ จะเห็นเป็นรูปงวงช้างสวยๆ ยิ่งถ้าได้มาเดินในช่วงเย็น ช่วงพระอาทิตย์ตกดินจะยิ่งฟินสุดๆ

15. กุนมะ (Gunma)

“กุนมะ” เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ใจกลางญี่ปุ่น มีรูปร่างเหมือนนกกระเรียนกางปีกกว้าง ที่นี่มีธรรมชาติที่อุดมสมบุรณ์ทั้งภูเขา พื้นนที่เขตรักษาพิเศษในอุทยานแห่งชาติ พื้นที่ราบกว้างใหญ่ และจุดรวมของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และที่สำคัญ กุนมะ ยังเป็นเหมือนแห่งน้ำพุร้อน มีออนเซนมากกว่า 200 แห่ง ทั้ง Ikaho Onsen, Minakami Onsen, Manza Onsen และที่มีชื่อเสียงที่สุดเห็นจะเป็น Kusatsu Onsen

Kusatsu Onsen สวรรค์ของคนรักออนเซน ออนเซนท่ามกลางธรรมชาติ ว่ากันว่าออนเซนของที่นี่มีคุณสมบัติรักษาโรคได้หลากหลาย มีปริมาณน้ำแร่ผุดขึ้นมาวันละหมื่นกว่าลิตร ใครที่อยากหนีความวุ่นวายไปผ่อนคลายท่ามกลางหุบเขา ก็อย่าลืมนึกถึงเมืองกุนมะล่ะ

เห็นมั้ยล่ะว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ครบเครื่องในทุกรูปแบบ ไม่ว่าคุณจะนึกถึงแหล่งช้อปปิ้ง แฟชั่น ความบันเทิง หรืออยากเที่ยวแบบธรรมชาติ อยากไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรม ญี่ปุ่นก็มีให้คุณครบ ตอบทุกโจทย์ที่คุณต้องการ! ใครที่มี Destination สำหรับทริปญี่ปุ่นในใจแล้วก็อย่าลืมเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องที่พัก และตั๋วเครื่องบินให้ดี สำหรับเพื่อนๆ ที่ไม่อยากเสียเวลานั่งหาไฟลต์ดีๆ ราคาประหยัด จ่ายง่าย ก็อย่าลืมใช้ตัวช่วยสำคัญอย่าง Traveloka ล่ะ รับรองว่าไม่มีผิดหวัง!      สล็อตเว็บตรง

5 อันดับวัดและศาลเจ้าดังน่าท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่

ในช่วงเทศกาลปีใหม่ หลาย ๆ คนคงจะวางแผนไปเที่ยวที่ต่าง ๆ สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ผู้คนต่างแวะเวียนไปก็คือวัดและศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อขอพรในวันขึ้นปีใหม่นั่นเอง วันนี้ ANNGLE ขอแนะนำ 5 อันดับวัดและศาลเจ้าดังน่าเที่ยวที่ได้รับการจัดอันดับจากคนญี่ปุ่นค่ะ

อันดับ 5 วัดรุริโคอิน (瑠璃光院)

วัดรุริโคอิน (瑠璃光院) เป็นวัดดังจากจังหวัดเกียวโตที่ขึ้นชื่อในเรื่องสถาปัตยกรรมและทัศนียภาพที่สวยงามท่ามกลางธรรมชาติ ไม่ว่าจะในฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง หรือฤดูหนาว ก็มีความสวยงามที่แตกต่างกัน สำหรับใครที่อยากชมความสวยงามของดอกไม้เป็นพิเศษสามารถชมได้ในช่วง 15 เมษายนจนถึง 30 มิถุนายน โดยมีค่าใช้จ่าย 2,000 เยน

อันดับ 4 ศาลเจ้าเดวะซันซัง (湯殿山神社)

ศาลเจ้าที่ประกอบด้วยสามภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีความเชื่อว่ามีเทพเจ้าแต่โบราณที่จังหวัดยามากาตะ ที่นี่มีความเชื่อในเรื่องอิทธิฤทธิ์ของเทพเจ้าว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ถึงแม้จะสามารถมาท่องเที่ยวได้แต่มีข้อห้ามว่าภายในศาลเจ้าหลักห้ามถ่ายรูปและห้ามสวมใส่รองเท้าในขณะที่สักการะ

อันดับ 3 ศาลเจ้าอิซุไมะ ไทฉะ (出雲大社)

 

ศาลเจ้าอิซุไมะ ไทฉะ (出雲大社) ตั้งอยู่ในจังหวัดชิมาเนะ ศาลเจ้าแห่งนี้โด่งดังเรื่องการขอพรเกี่ยวกับความรักและยังเป็นศาลเจ้าในศาสนาชินโตที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่ง

อันดับ 2 ศาลเจ้าโอมิวะ (大神神社)

ศาลเจ้าโอมิวะ (大神)ในจังหวัดนาระ เป็นศาลเจ้าที่ได้รับความนิยมอีกหนึ่งแห่ง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เชื่อว่าเทพเจ้าประจำศาลเจ้าแห่งนี้คอยดูแลคุ้มครองครอบคลุมทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นด้านค้าขาย ปกปักษ์รักษาให้พ้นจากอันตราย ช่วยให้เดินทางปลอดภัย และรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ฯลฯ รวมถึงเป็นเทพเจ้าที่โดดเด่นในเรื่องความรักอีกด้วย

อันดับ 1 ศาลเจ้าอิเสะ จิงงุ (伊勢神宮)

 

 

ศาลเจ้าญี่ปุ่นยอดนิยมอันดับ 1 ที่ครองแชมป์ถึง 4 ปีซ้อนจากการจัดอันดับ คือ ศาลเจ้าอิเสะ จิงงุ (伊勢神宮) ในจังหวัดมิเอะ สมเด็จพระจักรพรรดิเองทรงมาสักการะในทุก ๆ ปีในศาลเจ้าแห่งนี้

ในช่วงปีใหม่นี้นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลไปสักการะและท่องเที่ยวตามวัดและศาลเจ้าที่เป็นสถานที่สำคัญ สำหรับใครที่สนใจจะเที่ยววัดและศาลเจ้าที่แนะนำไปในช่วงนี้ก็ขอให้เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไกลและรอต่อแถวกันด้วยนะคะ    สล็อตเว็บตรง

ใส่เงินในเงินของคุณโป๊กเกอร์ บทความนี้เกี่ยวกับการใส่เงินในเงินของคุณโป๊กเกอร์ เมื่อคุณมีเงินทุนโป๊กเกอร์สิ่งเดียวที่คุณจะสูญเสียคือการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ เงินของคุณควรจะรวมถึงเงินที่คุณตั้งไว้จากทุกสิ่งที่คุณต้องทำให้เงิน เงินในธนาคารของคุณไม่ควรเป็นเงินที่คุณต้องจ่ายสำหรับการจำนองหรือบิล

คุณควรมีแผนเมื่อคุณเริ่มเล่นคุณก็ติดมัน ถ้าคุณสูญเสีย 1000 ดอลลาร์ในแถวคุณไม่ควรเก็บข้อจำกัดเดียวกันจนกว่าคุณจะเพิ่มเงิน เมื่อคุณตระหนักถึงการสูญเสียของคุณคุณควรย้ายไปยังระดับถัดไป ที่จอดรถควรเป็นสิ่งจำเป็นอย่างแน่นอน คุณอาจจะเข้มแข็งในตอนแรกแต่ตอนนี้มือคุณมันไร้ประโยชน์

ถ้าคุณไม่ได้รับความเสียหายกรุณาย้ายไปยังระดับถัดไป ถ้าคุณชนะระวังในระดับถัดไป อย่าโลภ เมื่อคุณถึงสูงกว่าวงเงินทุนของคุณคุณควรย้ายไปยังระดับถัดไป ถ้าคุณชนะพยายามอีกหน่อยในขีดจำกัดต่อไป

คุณควรตั้งกฎพื้นฐาน คุณจะได้รับเงินโดยการเล่นเกม ถ้าคุณไม่ต้องการที่จะทำให้เงินคุณควรออกจากเกม กฎนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าคุณทำงานตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เป็นเก้าถึงห้าจุดคุณจะไม่สามารถที่จะเล่นโป๊กเกอร์ในระดับเดียวกันที่บ้าน คุณพลาดแสงความสนุกและการเคลื่อนไหว

คนส่วนใหญ่ทำงานที่สองและเล่นโป๊กเกอร์เพื่อหาเงิน กฎข้างต้นจะใช้ถ้าคุณไม่สามารถหยุดจนกว่าคุณจะบรรลุเป้าหมายของคุณ ถ้าคุณมีตั๋วมากมายที่จะจ่ายถ้าคุณมีเด็กที่ต้องดูแลและอื่นๆมันอาจใช้เวลานานกว่า

ถ้าคุณชนะมากคุณควรอัพเกรดระดับหนึ่ง ถ้าคุณสูญเสียมากคุณควรย้ายไปยังระดับถัดไป มันเป็นความคิดที่ง่าย คุณชนะการ์ดใบใหญ่ของคุณคุณลาออกคุณได้รับผลกำไรคุณพักผ่อนและเล่าเรื่องของคุณ

เมื่อคุณชนะเงินของคุณเติบโตขึ้นกระเป๋าของคุณเริ่มที่จะกระชับขึ้นและคุณเพิ่มขึ้นในระดับที่คุณสูญเสียเล็กน้อย และคุณจะกลับไปเป็นปกติ เมื่อคุณได้พักผ่อนและเล่าเรื่องราวของคุณคุณมีเงินมากมาย

ที่จะเล่นในระดับที่สูงขึ้นของเงินและพื้นที่โป๊กเกอร์ของคุณ ถ้าคุณชนะเงินน้อยคุณสามารถสูญเสีย โดยการรักษาบันทึกรายละเอียดคุณจะรู้ว่าเท่าไหร่ที่คุณชนะหรือสูญเสียในเซสชันที่เฉพาะเจาะจงใดๆ นี่เป็นกุญแจแรกที่จะเพิ่มทุน คีย์ที่สองคือการเชื่อว่าคุณจะชนะ

แสดงบัตรของคุณให้ฝ่ายตรงข้ามของคุณหรือแสดงบัตรของคุณหลังมือเป็นปฏิกิริยาทางอารมณ์ มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะไม่เปิดเผยข้อมูล ถ้าคุณกำลังเล่นโป๊กเกอร์ออนไลน์และคุณเริ่มแสดงความก้าวร้าวหรือถ้าคุณเริ่มที่จะเดิมพันในทางที่ผิด

คุณควรหยุดเขาทันทีที่คุณต้องการที่จะใช้จ่ายเงินของเขา ถ้าคุณไม่แน่ใจกรุณารู้สึกฟรีเพื่อใช้เงินของเขาและใส่เงินของเขาลงในเว็บไซต์โป๊กเกอร์อื่นสำหรับการแข่งขัน แค่ให้แน่ใจว่าชื่อของเขาถูกลบออกจากบันทึก บันทึกชีวิตของเขาและชีวิตของเขาก็ง่ายดังนั้น ไม่ต้องทําปลาที่จะได้รับประโยชน์จากการเป็นผู้เล่นโป๊กเกอร์มีกําไร

ก่อนไปดูดอกไม้ไฟประจำฤดูร้อนที่ญี่ปุ่น คุณรู้จักดอกไม้ไฟดีแล้วหรือยัง??

“ฮะนะบิ”「花火」หรือเทศกาลชมดอกไม้ไฟ เป็นที่รู้กันว่าฤดูร้อนของญี่ปุ่นนั้น การชมดอกไม้ไฟตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นกิจกรรมยอดนิยมที่ไม่เพียงแต่ชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างพากันมุ่งหน้าไปชมให้ได้สักครั้ง

แต่ดอกไม้ไฟนับร้อยนับพัน หรือบางงานก็มากกว่าหมื่นลูกที่เราเห็นกันนั้น เคยสงสัยกันบ้างไหมครับ ว่ามันทำจากอะไร? หน้าตาเป็นยังไง? หรือมันมีกี่ประเภทกันแน่? ก่อนจะไปดูดอกไม้ไฟไฮไลท์ฤดูร้อนที่ญี่ปุ่น เรามาทำความรู้จักดอกไม้ไฟกันซักหน่อย เพื่อให้การชมดอกไม้ไฟของเพื่อน ๆ มีความสนุก และมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น!!

ดอกไม้ไฟ ผู้แต่งแต้มสีสันให้กับท้องฟ้าฤดูร้อน

เทศกาลชมดอกไม้ไฟเริ่มจัดขึ้นเป็นธรรมเนียมปฎิบัติครั้งแรกในสมัยเอโดะ (ค.ศ. 1603-1868) จนกระทั่งเข้าสู่สมัยเมจิ (ค.ศ. 1868-1912) เมื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าสู่สังคมญี่ปุ่นมากขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ดอกไม้ไฟจึงเริ่มมีสีสันมากขึ้น มีความซับซ้อนในการผลิตที่ใช้สารประกอบเคมีเป็นส่วนประกอบสำคัญ

ส่วนประกอบของดอกไม้ไฟ

สิ่งที่ทำให้ดอกไม้ไฟมีสีสันและรูปร่างที่แตกต่างกัน คือ ลูกดอกไม้ไฟห่อหุ้มด้วยเปลือกที่เป็นกระดาษ ภายในอัดแน่นด้วยก้อนดินปืนเล็ก ๆ จำนวนมาก ให้สีสันแตกต่างกันไปเมื่อดินปืนระเบิดตัว กระจายออกเป็นดอกไม้ไฟอันแสนงดงามที่เราเฝ้าชะเง้อแหงนมองไปเบื้องบน        สล็อตเว็บตรง

ดินปืนที่อัดแน่นอยู่นั้นจะผสมด้วยสารประกอบเคมี สตรอนเชียมให้สีแดง ทองแดงให้สีน้ำเงิน โซเดียมให้สีเหลือง และแบเรียมให้สีเขียว ดอกไม้ไฟลูกที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางยาวถึง 1 เมตร หนักถึง 380 กิโลกรัมเลยทีเดียวครับ!!

ด้วยหลักการนี้เอง นำไปสู่การออกแบบสร้างดอกไม้ไฟที่งดงาม โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสลับตำแหน่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับดอกไม้ไฟแต่ละลูก หรือจะผสมหลายแบบในลูกเดียวก็มีให้เห็น แต่โดยหลักแล้วในญี่ปุ่นก็มีให้ชมอยู่ด้วยกัน 3 แบบ 3 สไตล์ ส่วนความซับซ้อนหรือรูปทรงต่าง ๆ ก็จะเป็นไปตามเทคนิคและความสามารถของผู้ผลิต มาดูกันดีกว่าครับว่ามีแบบไหนกันบ้าง!!

แบบวาริโมโนะ

เป็นดอกไม้ไฟรูปทรงกลม กระจายตัวบนท้องฟ้าเป็นเส้นยาว ๆ ถือเป็นดอกไม้ไฟรูปแบบพื้นฐานที่มีความสวยเด่นตระการตา จึงนิยมใช้เป็นรูปแบบหลักในงานเทศกาลไม่ว่าแห่งใด

แบบโควาริโมโนะ

เป็นดอกไม้ไฟที่ออกแบบให้มีลูกดอกไม้ไฟลูกเล็กจำนวนมากซ้อนอยู่ในดอกไม้ไฟลูกใหญ่ เมื่อลูกใหญ่กระจายตัวจากแรงระเบิด ลูกเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็กระจายตัวบนท้องฟ้าไปพร้อม ๆ กัน

แบบคามุโระ

ดอกไม้ไฟชนิดนี้จะกระจายตัวบนท้องฟ้า และในไม่ช้าสารประกอบเคมีภายในจะแผ่ลงต่ำ ส่องแสงสว่างไสวเป็นช่อระย้างดงามเป็นเวลาชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษที่แบบคามุโระจะเปล่งแสงได้นานกว่าดอกไม้ไฟชนิดอื่น ๆ นั่นเอง

 

มาถึงตอนนี้ เพื่อน ๆ ก็คงจะรู้จักดอกไม้ไฟกันมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ!? ดูดอกไม้ไฟคราวนี้ อย่าลืมสังเกตุให้ดีว่าลูกไหนเป็นแบบไหนนะครับ!! ถ้าพร้อมแล้ว ก็วางแผนลางาน จองตั๋วเก็บกระเป๋าไปเที่ยวชมดอกไม้ไฟแห่งฤดูร้อนที่ญี่ปุ่นกันได้เลย!!

สรุปเนื้อหาจาก: 不思議の国ニッポン

มิสึทาคิสีทอง ของอร่อยที่ห้ามพลาดของฟุคุโอกะ

เมนูเด็ดอย่างหนึ่งของฟุคุโอกะที่คนไปเที่ยวต้องแวะทานให้ได้ นั่นก็คือ “มิสึทาคิ” อาหารที่คล้าย ๆ กับหม้อไฟชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะมิสึทาคิไก่ ซึ่งถือกำเนิดที่ฟุคุโอกะ และมีประวัติมาเป็น 100 ปี

แล้วถ้าอยากกินมิสึทาคิอร่อย ๆ จะไปกินที่ไหนดี? ร้าน Torita ที่เราจะแนะนำในวันนี้ ก็ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ บรรยากาศเก๋ไก๋ นอกจากความอร่อยของมิสึทาคิแล้ว ยังมีไวน์กับเหล้าต่าง ๆ ให้บริการด้วย เรียกได้ว่านั่งทานได้อย่างสบาย ๆ เหมือนกับอยู่บ้านเลยทีเดียว

 

ทีเด็ดของรสชาติก็คือน้ำซุปหรูหราที่เคี่ยวกว่า 6 ชั่วโมง โดยเอาไก่คิวชูมาต้มทั้งตัวเลย นอกจากน้ำซุปเข้มข้นแล้ว ยังใส่เนื้อไก่สาวสดใหม่ลงไปต้มด้วย ไม่มีกลิ่นคาวหรือตะกอนใด ๆ เลย รสชาติเข้มข้นแต่กินแล้วสดชื่น ยิ่งถ้าเป็นคนที่เคยทานมิสึทาคิมาก่อนล่ะก็ คงรู้สึกเหมือนได้เปิดหูเปิดตาน่าดู แต่ถ้าไม่เคยทานมาก่อน ก็คงรู้สึกเหมือนกับความประทับใจแรกพบ

เมนูก็มีให้เลือกหลายอย่าง ทั้งโกมะซาบะของขึ้นชื่อที่ฮาคาตะ เท็มปุระไก่ของขึ้นชื่อที่โออิตะ หรือแม้แต่เมนไทโกะ (ไข่ปลาปรุงรสเผ็ด) สูตรทำเองของที่ร้าน จึงสามารถเลือกทานได้ตามใจชอบเลย มีบริการห้องส่วนตัวตั้งแต่ 2 คนไปจนถึงสูงสุด 24 คน

ปกติแล้วน้ำซุปของมิสึทาคิ จะใช้โครงไก่ต้ม แต่ที่นี่ใช้ไก่ทั้งตัว ดังนั้นจึงมีความเข้มข้นและกลมกล่อมกว่ากันเยอะ ภาชนะทั้งหมดที่ใช้ก็เป็นเครื่องถ้วยอาริตะทั้งชุด เหมาะกับผู้หญิงน่าดูเลย

แนะนำเมนูยอดฮิต!สล็อตเว็บตรง

มิสึทาคิคอร์ส

Ume / มิสึทาคิสแตนดาร์ดคอร์ส 3,800 เยน (1 คน)
ออเดิร์ฟ, สลัดโทริวาสะ (ซาชิมะไก่ปรุงรสด้วยวาซาบิกับโชยุ), มิสึทาคิ, โซซุยหรือราเม็ง

Take / คอร์สแนะนำของร้านโทริตะ 4,800 เยน (1 คน)
ออเดิร์ฟ, โกมะโซบะ, เท็มปุระไก่, มิสึทาคิ, โซซุยหรือราเม็ง, ของหวานประจำวัน

Matsu / คอร์สหรู 5,800 เยน (1 คน) *เฉพาะสาขาฮาคาตะ ต้องจองล่วงหน้า 1 วันด้วย
ออเดิร์ฟ, โกมะซาบะ, โอะสึคุริ 4 ชนิด, เมนไทโคสูตรทำเองของทางร้าน, เท็มปุระไก่, มิสึทาคิ, โซซุยหรือราเม็ง, ของหวาน (สามารถเลือกได้เองจากเมนู)

 

 

*Plan สำหรับงานเลี้ยงตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป (พร้อมเครื่องดื่มไม่อั้น 5,000 เยน/ 6,500 เยน) ทั้งสองแบบ เพิ่มเงินอีก 700 เยน สามารถเปลี่ยนเป็น ดื่มไม่อั้นแบบ premium ได้

ร้าน Torita อาจจะไม่ใช่ร้านมิสึทาคิที่อร่อยที่สุดในฟุคุโอกะ แต่สามารถตัดคำว่า “ไม่อร่อย” ทิ้งไปได้ค่อนข้างแน่ สามารถฝากท้องได้อย่างไม่ผิดหวังครับ

ข้อมูลร้าน
ร้านTorita สาขาฮาคาตะ
ที่อยู่ Fukuoka-ken Fukuoka-shi Hakata-ku Shimokawabatamachi 10-5 Hakatakojiyaban Building 1F
เบอร์โทรศัพท์ 092-272-0920
เวลาทำการ 11:30-23:00 น. (ปิดรับออเดอร์ 21:30 น.), มื้อกลางวันให้บริการตั้งแต่ 11:30-15:00 น. (ปิดรับออร์เดอร์)
วันหยุด : เปิดบริการทุกวัน
การเดินทาง : ขึ้นรถไฟใต้ดินสาย Kuukou-sen ลงที่สถานี Nakasu-Kawabata เดินต่อมาอีกประมาณ 2 นาที

แจกแพลนเที่ยวโทโฮคุตอนใต้! ตามหาเสน่ห์ Unseen ในฟุคุชิมะ-มิยางิ 4 คืน 5 วัน

ฤดูร้อน ฤดูกาลแห่งสีสัน การพักผ่อน และฤดูกาลที่เหมาะอย่างยิ่งกับการเที่ยวฟุคุชิมะและมิยางิ สองจังหวัดทางใต้ของโทโฮคุที่ไม่ไกลจากโตเกียวนัก แต่มีน้อยคนที่จะรู้ถึงเสน่ห์แห่งสีสันที่ซ่อนอยู่ในสองจังหวัดนี้ ฤดูร้อนนี้ ANNGLE ขอเชิญชวนเพื่อนๆ หลบแสงสีนีออนที่คุ้นเคย แล้วตาม ANNGLE กับน้อง “นารุโกะ” ตุ๊กตาโคะเคชิผู้เป็นไกด์ประจำทริปนี้ไปอาบสีสันแห่งฤดูร้อนของโทโฮคุตอนใต้ให้ชื่นใจกันค่ะ

นารุโกะ
นารุโกะ
สวัสดีค่า “นารุโกะ” ค่ะ เราเป็นตุ๊กตาโคะเคชิของขึ้นชื่อจังหวัดมิยางิ และมีพี่น้องตุ๊กตาโคเคชิอยู่จังหวัดอื่นๆ ทั่วโทโฮคุเลยค่ะ ทริปนี้จะมารับหน้าที่เป็นไกด์พาเพื่อนๆ เที่ยวกันนะคะ ฝากตัวด้วยค่า

แจกแพลนเที่ยวโทโฮคุตอนใต้! ตามหาเสน่ห์ Unseen ในฟุคุชิมะ-มิยางิ 4 คืน 5 วัน

South Tohoku Trip Map
แผนที่เส้นทางของทริปฟุคุชิมะ-มิยางิ

สำหรับทริปนี้จะเป็นทริปเที่ยวโทโฮคุตอนใต้ในพื้นที่จังหวัดฟุคุชิมะและมิยางิในช่วงกลางปีจนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง แม้จะเป็นบริเวณตอนใต้ของโทโฮคุที่ไม่ไกลจากโตเกียวนัก แต่อากาศที่นี่ในช่วงฤดูร้อนกลับสบายพอๆ กันกับอะคิตะและอาโอโมริที่อยู่เหนือสุดของโทโฮคุทีเดียว โดยมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 16 องศาเซลเซียส เป็นสภาพอากาศที่คงถูกใจทั้งคนขี้หนาวและคนขี้ร้อนแน่นอน

นอกจากนี้ เพราะทริปนี้เป็นทริปที่เราจะนั่งรถไฟและรถบัสตะลอนไปรอบๆ โทโฮคุตอนใต้ และยังมีกิจกรรมเดินเขา พายเรือ และนั่งเรือชมอ่าวด้วย ช่วงฤดูร้อนแบบนี้จึงเป็นช่วงที่เราจะสนุกกับกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ได้อย่างเต็มที่! โดยเฉพาะการนั่งรถไฟ FruiTea Fukushima และการนั่งเรือชมอ่าวมัตสึชิมะ อ่าวที่สวยติดอันดับอ่าวที่สวยที่สุดในโลก! ยังไม่นับบรรดาวัฒนธรรม ศิลปะญี่ปุ่น-ยุโรป และของอร่อยที่หาได้เฉพาะโทโฮคุเท่านั้นที่รอเพื่อนๆ ไปค้นหากันอยู่ค่ะ!

เริ่มออกเดินทาง

Day 1

South Tohoku Trip day 1

—START—

Tohoku Shinkansen 1 ชั่วโมง 51 นาที 
Tokyo Station → Koriyama Station

เริ่มต้นทริปกันด้วย FruiTea Fukushima

fruitea fukushima
ตั๋วและขบวนรถ FruiTea Fukushima ที่มาในธีมคาเฟ่ชวนให้นึกถึงห้องน้ำชาสไตล์อังกฤษ

FruiTea Fukushima เป็นหนึ่งในรถไฟ Joyful Train (รถไฟที่มีธีมเฉพาะตัวและเน้นเพื่อการท่องเที่ยว) และเป็นรถไฟไฮไลท์ประจำทริปนี้ โดยธีมของ FruiTea Fukushima คือ “คาเฟ่ท่องเที่ยว” ซึ่งบนรถจะมีขนมหวานจากผลไม้ประจำฤดูกาลของฟุคุชิมะให้ได้ชิมขณะชมวิวชนบทของญี่ปุ่นไปด้วย เรียกได้ว่า FruiTea Fukushima ทั้งขบวนคือคาเฟ่วิ่งได้เลยทีเดียว!

นารุโกะ
นารุโกะ
เมนูขนมหวานที่เสิร์ฟบนรถเป็นขนมจากร้าน Fruits Peaks และ Cocco Tree สองร้านขนมหวานชื่อดังในจังหวัดฟุคุชิมะ ซึ่งหลายเมนูนี้เป็นเมนูที่หาทานเฉพาะบน FruiTea Fukushima อีกด้วยนะคะ!
นารุโกะ
นารุโกะ
สำหรับเพื่อนๆ ที่สงสัยว่าบน FruiTea Fukushima มีอะไรน่าสนุกอีกบ้าง ไปชมคลิปบรรยากาศการนั่ง FruiTea Fukushima แล้วไปตามอ่านเพิ่มเติมได้กันได้เลยค่ะ!

 

SPOT 1 : อินาวะชิโระ ทะเลสาบที่มีชื่อเล่นว่า “กระจกแห่งสวรรค์”

inawashiro swan
ฝูงหงส์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองและอินาวะชิโระ

ทะเลสาบอินาวะชิโระเป็นทะเลสาบที่ใหญ่อันดับ 4 ของญี่ปุ่น และเป็นทะเลสาบที่มีชื่อเล่นว่า “กระจกแห่งสวรรค์” ที่มีที่มาจากภาพท้องฟ้าที่สะท้อนอยู่บนพื้นผิวของทะเลสาบ อีกไฮไลท์ของอินาวะชิโระคือฝูงหงส์นับพันตัวที่จะอพยพมาที่นี่ทุกปีให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสง่าของนกที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองอินาวะชิโระ

นอกจากนี้ พื้นที่อินาวะชิโระยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีต้นไม้ดอกไม้ตามฤดูกาลให้ชมตลอดปี และยังเป็นจุดเล่นสกีและแหล่งออนเซ็นให้สนุกเพลิดเพลินได้ เรียกได้ว่าจะมาเที่ยวตอนไหนและมากับใคร อินาวะชิโระก็มีอะไรให้สนุกได้ตลอด

Bus ประมาณ 40 นาที
Inawashiro → Urabandai

SPOT 2 : อุระบันได “อาณาจักรแห่งทะเลสาบ” จุดหมายของสายผจญภัย

urabandai autumn
อุระบันไดในฤดูใบไม้ร่วง

หลังจากที่ผจญภัยแบบวอร์มอัพกันที่อินาวะชิโระแล้ว เราก็มาถึงจุดผจญภัยท่ามกลางป่าเขาของญี่ปุ่นของจริง นั่นคืออุระบันได แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีฉายาว่า “อาณาจักรแห่งทะเลสาบ” ด้วยทะเลสาบและบึงกว่า 300 แห่งที่หลบซ่อนอยู่ตามภูเขาในบริเวณนี้ ซึ่งเราจะมาเดินท่องอุระบันไดของจริงกันในวันถัดไปค่ะ สำหรับวันแรกของทริป เรามาอร่อยกับเมนูประจำถิ่นอย่างราเม็งเกลือภูเขาพร้อมชมธรรมชาติสวยๆ ชิลๆ กันค่ะ!

นารุโกะ
นารุโกะ
สำหรับเมนูราเม็งเกลือภูเขา (山塩ラーメン) ของที่นี่มีความพิเศษคือเป็นราเม็งที่ปรุงด้วยเกลือจากออนเซ็นที่มีเกลือแร่เข้มข้น พร้อมด้วยแร่ธาตุจากภูเขาแบบเน้นๆ ทำให้ได้ราเม็งซุปใสที่ทานได้เรื่อยๆ นับเป็นเมนูที่ทำให้เราได้เข้าถึงธรรมชาติและภูเขาของอุระบันไดไปอีกแบบค่ะ!

 

คืนนี้ค้างแถวนี้: อุระบันได

อุระบันไดนับเป็นแหล่งตั้งแคมป์ยอดนิยมแห่งหนึ่งและเป็นจุดเล่นสกีที่มีชื่อเสียง ทำให้ที่นี่มีที่พักหลายแบบให้เลือก ตั้งแต่บ้านพักสไตล์เกสท์เฮาส์ไปจนถึงรีสอร์ทระดับห้าดาว โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่คืนละ 7,000 เยน (2,000 บาท) ไปจนถึง 80,000 เยน (23,000 บาท) สำหรับตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจคือ Active Resorts URABANDAI รีสอร์ทเรทราคาจับต้องได้ (คืนละ 10,000 เยน / 3,000 บาท) ที่มาพร้อมกับห้องพักสะดวกสบาย ออนเซ็น และยังตั้งอยู่ในทำเลที่ใกล้กับจุดหมายปลายทางของเราในวันพรุ่งนี้ด้วย

นารุโกะ
นารุโกะ
มาค้างคืนที่อุระบันไดกันทั้งที เพื่อนๆ อย่าลืมออกไปดูดาวกันนะคะ เพราะวิวดาวเต็มท้องฟ้าที่สะท้อนบนผิวทะเลสาบของที่นี่สวยอย่าบอกใครเลยค่ะ!

Day 2

South Tohoku Trip day 2

—START—

เริ่มวันกันด้วยการเดินเที่ยวอุระบันได!

SPOT 3 : เริ่มต้นวันกันอย่างสดชื่นกับสีฟ้าหลากเฉดที่โกะชิคินุมะ

goshikinuma
น้ำสีฟ้าเขียวโคบอลต์ของโกะชิคินุมะ

โกะชิคินุมะหรือ “บึงห้าสี” เป็นชื่อเรียกบึงห้าบึงที่ต่างมีเฉดสีฟ้าเขียวต่างกันออกไป ตั้งแต่สีฟ้าพาสเทล สีมรกต จนถึงสีโคบอลต์ ซึ่งสีสันของบึงทั้งห้านี้ล้วนเป็นสีตามธรรมชาติที่สวยงามราวกับมีจิตรกรมาผสมสีวาดให้เห็น ทำให้แค่มองก็รู้สึกสดชื่นแล้ว แต่ถ้าไม่พอ เพื่อนๆ ก็ยังเข้าไปสัมผัสความงามของโกชิคินุมะได้โดยการพายเรือที่บึงบิชามอนนุมะ บึงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาบึงทั้ง 5 นี้ได้อีกด้วย!

Morohashi Museum of Modern Art
Morohashi Museum of Modern Art

หลังจากเดินชมบึงทั้งห้าของโกะชิคินุมะแล้ว พักเหนื่อยมาชมศิลปะที่ Morohashi Museum of Modern Art พิพิธภัณฑ์สุดโมเดิร์นใจกลางป่าเขาแห่งอุระบันไดกันค่ะ ที่พิเศษคือที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวในเอเชียที่จัดแสดงงานศิลปะของ Salvador Dali ศิลปินระดับโลกชาวสเปนอยู่ตลอดทั้งปี พร้อมมีผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง Van Gogh และ Paul Cezanne อีกด้วย นับเป็นการปิดคอร์สท่องอุระบันไดที่ไม่เลวเลยค่ะ

 

นารุโกะ
นารุโกะ
ถ้าเพื่อนๆ มีรถและมีเวลา นารุโกะก็มีอีกที่ที่อยากแนะนำค่ะ นั่นคือ “หุบเขานากาสึกาวะ”
ืnakatsugawa valley bridge
สะพานเหนือหุบเขานากาสึกาวะ

จากโกะชิคินุมะ เพื่อนๆ สามารถนั่งรถมาที่หุบเขานากาสึกาวะ ซึ่งในบริเวณนั้นมีไฮไลท์สำคัญๆ อยู่สองจุด จุดแรกคือสะพานข้ามหุบเขาที่เราสามารถเห็นวิวอลังการของหุบเขาได้แบบรอบทิศ และอีกไฮไลท์คือการลงไปเดินเลียบลำธารด้านล่างเพื่อชมความยิ่งใหญ่และสวยงามของหุบเขาได้อย่างใกล้ชิด!

nakatsukawa stream
เบื้องล่างหุบเขานากาสึกาวะ
นารุโกะ
นารุโกะ
จะเดินตอนฤดูร้อนให้ได้บรรยากาศสดชื่นของป่าเขียวขจีก็ดี หรือจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ก็สวยอลังสมชื่อจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมแห่งอุระบันไดเลยล่ะค่ะ!

Bus ประมาณ 40 นาที
Urabandai → Inawashiro
JR Ban-Etsu West Line 50 นาที 
Inawashiro → Aizu-Wakamatsu Station

คืนนี้ค้างแถวนี้: Aizu-Wakamatsu Station

Aizu-Wakamatsu Station เป็นสถานีรถไฟหลักในย่านไอสึวากามัตสึ ทำให้บริเวณสถานีค่อนข้างคึกคักและมีที่พัก ร้านอาหาร และร้านค้ามากมายอำนวยความสะดวก ในจำนวนนี้ ที่พักที่น่าสนใจคือ Ekimae Fuji Grand Hotel โรงแรมใกล้สถานีราคา 10,000 เยน (3,000 บาท) ต่อคืน และถ้าเดินเลยโรงแรมไปอีก เพื่อนๆ จะเจอกับออนเซ็น Fujinoyu ออนเซ็นที่มีครบทั้งบริการแช่ออนเซ็น อาหาร และนวดผ่อนคลาย เหมาะกับการคลายเหนื่อยจากการเดินท่องอุระบันไดเป็นอย่างยิ่ง!

Day 3

south tohoku model course day 3

—START—

JR Tadami Line 1 ชั่วโมง 19 นาที
Aizu-Wakamatsu Station → Aizu-Miyashita Station
Bus 5 นาที 
Aizu-Miyashita Station → Oze-Kaido Mishima-juku
เดิน 2-3 นาที 
Oze-Kaido Mishima-juku → No.1 Tadami River Bridge

SPOT 4 : มุ่งหน้าสู่สะพาน “No.1 Tadami River Bridge” ที่สุดของจุดชมวิวของฟุคุชิมะ

no.1 tadami bridge
No.1 Tadami River Bridge ในฤดูร้อน

ไฮไลท์ของวันนี้  “No.1 Tadami River Bridge” เป็นจุดชมวิวแม่น้ำทะดะมิของจังหวัดฟุคุชิมะที่นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาเพื่อเก็บภาพวิวที่นี่ ถึงจะดูเป็นวิวที่เรียบง่ายโดยมีสะพานทอดระหว่างหุบเขาเหนือแม่น้ำที่เรียบสงบและมีรถไฟวิ่งผ่าน แต่ภาพที่เรียบง่ายนี้เองที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ ซึ่งภาพวิวนี้ยังสวยต่างกันออกไปในแต่ละฤดูด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาที่นี่อยู่บ่อยครั้งเพื่อเก็บภาพความทรงจำให้ครบทุกฤดูนั่นเอง

No.1 Tadami River Bridge ในฤดูใบไม้ร่วง Photo by Outside The Room
No.1 Tadami River Bridge ในฤดูหนาว Photo by Outside The Room
นารุโกะ
นารุโกะ
รู้หรือไม่? ในปี 2008 ทางรถไฟ JR สายทะดะมิ ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ในการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ Nikkei Plus 1 ของญี่ปุ่นด้วยนะ!

ใกล้ๆ กับจุดชมวิวสะพานจะมีออนเซ็นสาธารณะชื่อ Kiri no Sato Club Kirinoyu ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะไปพักผ่อนแช่ออนเซ็นสบายๆ ได้ ออนเซ็นเปิดให้บริการเวลา 11:00-21:00 น. โดยมีค่าเข้าอยู่ที่ 420 เยนต่อคน นอกจากออนเซ็นแล้วข้างในก็มีร้านเนื้อย่างด้วย แช่น้ำร้อนเสร็จแล้วออกมากินปิ้งย่างต่อได้สบายเลย

JR Tadami Line 1 ชั่วโมง 35 นาที
No.1 Tadami River Bridge → Aizu-Wakamatsu Station

คืนนี้กลับมาค้างแถว Aizu-Wakamatsu Station

คืนนี้เราก็ยังคงค้างกันที่สถานี Aizu-Wakamatsu Station สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากสำรวจรอบๆ สถานีบ้าง ในบริเวณใกล้ๆ กันมีร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย โดยเฉพาะร้านอิซากายะ (ร้านอาหารที่เสิร์ฟสุรา) เช่น Kodawariyama Aizuwakamatsu ร้านอิซากายะเล็กๆ ที่เพื่อนๆ จะเข้าไปอร่อยกับอาหารบรรยากาศท้องถิ่นก็ได้ หรือจะสังสรรค์หน่อยก็เป็นสีสันได้ดี โดยในร้านจะมีพนักงานและเจ้าของร้านต้อนรับอย่างเป็นกันเอง และถ้าจังหวะดี เราอาจจะได้ฟังเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับไอสึวากามัตสึจากเจ้าของร้านและพนักงานอีกด้วย

Day 4

—START—

Aizu Loop Bus ประมาณ 20 นาที 
Aizu-Wakamatsu Station → Tsuruga Castle

SPOT 5 : ปราสาทสึรุงะ ปราสาทที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของเมืองแห่งซามูไร

มาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งทีก็ต้องมาเยือนปราสาทญี่ปุ่นสักแห่งให้ได้ โดยปราสาทประจำทริปนี้คือปราสาทสึรุกะ ปราสาทที่เป็นหนึ่งในฐานที่มั่นสุดท้ายของซามูไรที่ภักดีต่อโชกุนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลเมจิ สมกับที่เป็นปราสาทประจำเมืองแห่งซามูไรอย่างแท้จริงทีเดียวค่ะ

หลังจากเก็บภาพมุมสวยของปราสาทสึรุงะท่ามกลางแมกไม้ของสวนรอบปราสาท พร้อมชมพิพิธภัณฑ์ซามูไรภายในปราสาทแล้ว ในสวนของปราสาทยังมีโรงน้ำชาที่ผู้ครองแคว้นในอดีตเคยใช้จัดพิธีชงชา รวมถึงในบริเวณใกล้เคียงยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่างพิพิธภัณฑ์สาเกไอสี และพิพิธภัณฑ์จังหวัดฟุคุชิมะอยู่ด้วย

นารุโกะ
นารุโกะ
ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของปราสาทสึรุงะคือที่นี่มีกระเบื้องมุงหลังคาเป็นสีแดง ซึ่งเป็นสีที่เห็นไม่ค่อยเห็นในปราสาทญี่ปุ่น เพราะทั่วไปปราสาทญี่ปุ่นมักจะมีหลังคาสีเทาค่ะ
Bus ประมาณ 30 นาที 
Tsuruga Castle → Akabeko Crafter Bansho

SPOT 6 : ระบายสีตุ๊กตาอะกะเบโกะหนึ่งเดียวของเราที่ “Akabeko Crafter Bansho”

akabeko
อะกะเบโกะ ของเล่นเก่าแก่และของขึ้นชื่อจังหวัดฟุคุชิมะ

ตั้งแต่มาถึงฟุคุชิมะเพื่อนๆ อาจจะได้เห็นตุ๊กตาวัวสีแดง “อะกะเบโกะ” ของเล่นและเครื่องรางเก่าแก่ประจำจังหวัดวางอยู่ตามที่ต่างๆ และสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากได้ของเล่นวัวหัวดุ๊กดิ๊กน่ารักนี้กลับบ้าน ก้าวเข้าไปใน Akabeko Crafter Bansho เพื่อลงมือทำเปเปอร์มาร์เช่และระบายสีอะกะเบโกะด้วยตัวเอง แล้วนำอะกะเบโกะฝีมือเราที่มีตัวเดียวในโลกกลับบ้านกันได้เลยค่ะ

akabeko shelf
ตุ๊กตาอะกะเบโกะที่มาหลายไซส์หลากขนาด
นารุโกะ
นารุโกะ
นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเวิร์คช็อปอื่นๆ เช่น เวิร์คช็อปเพ้นท์ตุ๊กตาดารุมะไอสึและเวิร์คช็อปเพ้นท์เครื่องเขินญี่ปุ่นให้เพื่อนๆ ได้เลือกสร้างงานฝีมือที่ชอบกันได้ด้วยนะคะ!

Akabeko Crafter Bansho → Aizu-Wakamatsu Station
JR Ban-Etsu West Line 1 ชั่วโมง 9 นาที 
Aizu-Wakamatsu Station → Koriyama Station
Tohoku Shinkansen 44 นาที 
Koriyama Station → Sendai Station

คืนนี้ค้างแถวนี้: Sendai Station

สถานี Sendai Station น่าจะเป็นจุดค้างคืนของเราที่คึกคักที่สุดแล้วในทริปนี้ นอกจากห้างฯ S-PAL Sendai ในสถานี Sendai Station แล้ว รอบๆ ยังมีห้างฯ อีกหลายแห่งเช่น PARCO ให้เข้าไปจับจ่ายซื้อของได้ตามสะดวก คืนสุดท้ายแล้วสำหรับทริปนี้ กางลิสต์ของฝากแล้วตะลุยห้างชอปปิ้งให้สุดๆ ไปเลย

นารุโกะ
นารุโกะ
และถ้าเพื่อนๆ กำลังสงสัยว่าเซนไดมีเมนูอะไรน่าลองบ้าง ขอแนะนำ “ลิ้นวัวเซนได” เมนูขึ้นชื่อที่ทำให้ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นต้องกลับมาเซนไดอยู่เรื่อยๆ เพื่อมาชิมเมนูนี้กันค่ะ!
sendai gyutan
ลิ้นวัว หรือ “กิวตัน” เมนูขึ้นชื่อของเซนได

 

สำหรับที่พักนั้น ที่ใกล้ที่สุดคือ Hotel Metropolitan Sendai East ที่มีราคาที่พักประมาณคืนละ 15,000 เยน (4,000 บาท) หรือถ้าขยับออกไปอีก ก็จะมีโรงแรมอื่นๆ ให้เลือกพักได้ในราคาที่ถูกลงมา โดยราคาถูกสุดอยู่ที่คืนละ 5,000 เยน (1,500 บาท)

Day 5

—START—

JR Senseki Line 39 นาที
Sendai Station → Matsushimakaigan Station
นารุโกะ
นารุโกะ
วันสุดท้ายของทริปเราจะมาลุยปิดท้ายกันที่มัตสึชิมะ เมืองที่มีวิวสวยติดอันดับ 3 วิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น และยังเป็นเมืองที่มีอ่าวมัตสึชิมะซึ่งสวยติดอันดับโลกอีกด้วย! เอาล่ะ ลงจากรถไฟแล้วไปท่องเมืองริมทะเลนี้กันค่ะ
เดิน 5 นาที
Matsushimakaigan Station → Kanrantei Tea House

SPOT 7 : จิบหาหอมพร้อมชมวิวทะเลที่ “เรือนน้ำชา Kanrantei”

kanrantei tea house
เรือนน้ำชา Kanrantei ในฤดูหนาว

เรือนน้ำชา Kanrantei เป็นเรือนน้ำชาที่ตั้งอยู่ริมทะเลและเห็นวิวอ่าวมัตสึชิมะได้ ชื่อ Kanrantei นั้นแปลได้ว่า “มองคลื่นทะเล” ซึ่งตรงตามวิวที่เราจะได้เห็นเมื่อมานั่งในเรือนน้ำชาพร้อมชาหอมๆ และขนมอร่อยๆ ที่พนักงานมาเสิร์ฟให้ นอกจากนี้ Kanrantei ยังเคยเป็นเรือนที่ไว้รับรองบุคคลสำคัญ และยังมีอีกชื่อว่า “ปราสาทชมจันทร์” เพราะเป็นที่สำหรับให้เจ้าครองแคว้นได้มานั่งชมจันทร์กันนั่นเอง นับเป็นการเริ่มวันกันด้วยการสัมผัสถึงความงามของมัตสึชิมะที่คนในอดีตได้เห็นกันมาช้านาน

เดิน 7 นาที
Kanrantei Tea House → Sightseeing Boat Pier

SPOT 8 : นั่งเรือชมอ่าวมัตสึชิมะ อ่าวที่สวยติดอันดับของญี่ปุ่นและโลก!

matsushima bay
วิวอ่าวมัตสึชิมะที่สวยติดอันดับโลก

หลังจากชมวิวทะเลที่เรือนน้ำชา Kanrantei แล้ว เชื่อว่า ณ ตอนนี้เพื่อนๆ คงเริ่มอยากเข้าไปชมทะเลแห่งนี้กันมากขึ้น ทริปนี้เราเลยจัดเที่ยวเรือชมอ่าวมัตสึชิมะไว้ด้วยค่ะ! โดยเป็นทริปนั่งเรือชมรอบอ่าวมัตสึชิมะประมาณ 50 นาที

matsushima sea
ทะเลอ่าวมัตสึชิมะที่เหมาะกับการนั่งเรือชมอ่าวเป็นอย่างยิ่ง!
นารุโกะ
นารุโกะ
นอกจากจะได้ชมอ่าวที่สวยติดอันดับโลกพร้อมรับลมทะเลสดชื่นกันแล้ว บนเรือยังมีอาหารนกขายให้เราให้อาหารน้องนกนางนวลของที่นี่อีกด้วยค่ะ!
matsushima pleasure boat seagulls
ฝูงนกนางนวลที่บินตามเรือชมอ่าวมัตสึชิมะ
เดิน 10 นาที
Sightseeing Boat Pier → Fukuura Island

SPOT 9 : “เกาะฟุคุอุระ” สวนพฤกษชาติขนาดใหญ่ของมัตสึชิมะ

fukuura island bridge
สะพานข้ามทะเลไปยังเกาะฟุคุอุระ

ที่สุดท้ายที่เราจะแวะกันในทริปนี้คือเกาะฟุคุอุระ เกาะที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ให้เดินชมพรรณไม้กว่า 300 ชนิด และก่อนจะไปถึงเกาะ เรายังจะได้ชมวิวทะเลอีกรอบจากบนสะพานข้ามทะเลอีกด้วยนะ! ทางเข้าไปยังสะพานข้ามเกาะฟุคุอุระนั้นอยู่หลังร้านคาเฟ่ Bayland ซึ่งเพื่อนๆ สามารถซื้อตั๋วเข้าได้ที่นี่ และขากลับยังแวะพักทานของอร่อยๆ ที่คาเฟ่ก่อนเดินทางต่อได้อีกด้วย

เดิน 20 นาที
Fukuura Island → Matsushimakaigan Station
JR Senseki Station Line 38 นาที
Matsushimakaigan Station → Sendai Station
นารุโกะ
นารุโกะ
กลับมาที่สถานี Sendai Station แล้ว ถ้ามีเวลา เพื่อนๆ สามารถหาซื้อ “ซุนดะโมจิ” อีกของขึ้นชื่อของเซนไดติดมือกลับบ้านกันได้ค่ะ
ความพิเศษของซุนดะโมจิคือการใช้ถั่วแระญี่ปุ่น ต่างกับโมจิอื่นที่มักใช้ถั่วแดง ทำให้ซุนดะโมจิมีความหอมอร่อยต่างจากโมจิขนิดอื่นๆ ค่ะ!

บ๊ายบายโทโฮคุ!

นารุโกะ
นารุโกะ
กลับมาถึง Sendai Station กันเรียบร้อยแล้ว จากนี้พวกเราจะเดินทางตรงเข้าโตเกียวกันค่ะ!
Tohoku Shinkansen 1 ชั่วโมง 35 นาที 
Sendai Station → Tokyo Station

ขอบคุณที่มาเที่ยวโทโฮคุด้วยกันกับเรา!

tokyo station

นารุโกะ
นารุโกะ
และแล้วเราก็กลับมาถึงจุดเริ่มต้นของทริปกันแล้วค่ะ หวังว่าทริปนี้เพื่อนๆ จะได้เห็นเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในฟุคุชิมะและมิยางินะคะ หวังว่าพวกเราจะได้มีโอกาสต้อนรับเพื่อนๆ อีกครั้งค่ะ

ANNGLE เองก็ขอขอบคุณนารุโกะที่มาเป็นไกด์ประจำทริปนี้นะคะ ถึงจะเป็นทริปสั้นๆ ในฟุคุชิมะและมิยางิที่ไม่ไกลจากโตเกียวนัก แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทั้งสองจังหวัดนี้จะมีแหล่งท่องเที่ยวแบบ Unseen และสามารถเที่ยวได้ครบรสขนาดนี้ สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาที่เที่ยวที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโตเกียว มาเที่ยวตามรอย ANNGLE กันได้นะคะ! แล้วเพื่อนๆ อาจจะพบว่ามาเที่ยวครั้งนี้ครั้งเดียวคงไม่พอ

 

ให้ทริปโทโฮคุง่ายขึ้น! ด้วย JR EAST PASS (Tohoku Area)

JR EAST PASS (Tohoku Area) เป็นตั๋วประเภท Pass จาก JR East ที่จะมาปลดล็อคให้การเดินทางในโทโฮคุง่ายขึ้น เพียงจองตั๋วออนไลน์แล้วมารับตั๋วที่ญี่ปุ่น เพื่อนๆ ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่ไฮไลท์ต่างๆ ในโทโฮคุได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการซื้อตั๋วอื่นเพิ่ม และยังสามารถนั่งชินกันเซนและรถไฟ Joyful Train อย่าง FruiTea Fukushima เพื่อเพิ่มสีสันให้กับทริปได้อีกด้วย!

ถ้าเพื่อนๆ ซื้อ JR EAST PASS ทางออนไลน์ก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น เพื่อนๆ จะได้รับส่วนลดค่าตั๋ว 5% อีกด้วยนะคะ! ซึ่งสำหรับทริปฟุคุชิมะ-มิยางิแบบนี้ก็ต้อง JR EAST PASS (Tohoku Area) เลยค่ะ!
ANNGLE
ANNGLE
ถ้าเพื่อนๆ มีตั๋ว JR Pass อย่าง JR EAST PASS ด้วยล่ะก็ เพื่อนๆ สามารถจองที่นั่งแบบระบุที่นั่งบนชินกันเซนหรือ Joyful Train แบบออนไลน์ได้ฟรี! โดยมีเงื่อนไขเพียงต้องจองล่วงหน้า 1 เดือนเท่านั้นค่ะ!          สล็อตเว็บตรง

ฉันใช้ Aion Online อย่างบ้าคลั่งเพราะฉันเป็นแฟนเกมแนว สล็อตเว็บตรง และในตอนแรกอาจรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยเมื่อคุณติดอยู่กับภารกิจและดูเหมือนจะหาทางออกไม่ได้

นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันตัดสินใจเขียนเคล็ดลับการค้นหา Aion เหล่านี้ ฉันจะแสดงให้คุณเห็นเทคนิคบางประการเกี่ยวกับวิธีการเร็วขึ้นในแบบของคุณและสิ่งที่ควรมองหาในคู่มือการปรับระดับ Aion

สล็อตเว็บตรง

1. รับประมาณ 5 เควสเสมอทุกครั้งที่คุณออกไปทำภารกิจ คุณไม่จำเป็นต้องทำตลอดเวลา แต่โดยปกติฉันเข้าได้ประมาณ สล็อตเว็บตรง ทุ่ม และตราบใดที่คุณสามารถจัดการได้ คุณจะทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น และเมื่อคุณทำมากขึ้น คุณจะไปต่อ สู่ภารกิจชุดต่อไป นี่เป็นวิธีที่ดีที่จะไม่เสียเวลา

สล็อตเว็บตรงวอเลท

2. ในพื้นที่เควส Aion มีเควสมากมายให้คุณทำ คุณจะสนุกไปกับมัน! แต่โดยพื้นฐานแล้ว มีเควสมากมายที่ใกล้เคียงกัน มีเควสการเดินทางบางเควสต์ที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ มีเควสเหล่านั้นที่กำหนดให้คุณต้องฆ่าสิ่งต่างๆ และมีเควสอื่นๆ ที่จะเดินทางไปรอบๆ

จับตาดูภารกิจที่คุณต้องฆ่าสิ่งต่าง ๆ มีพวกมันมากมายในแต่ละพื้นที่การสืบเสาะของ สล็อตเว็บตรง ตัวอย่างเช่น คุณจะต้องฆ่า สล็อตเว็บตรง และชนิดของมัน จากนั้นคุณจะต้องฆ่าพวกมันหลายตัว ดูว่ามันทำงานอย่างไร? ฆ่า Balaur- ก่อนเสมอ ถ้าทำได้ จากนั้นคุณสามารถไปยังชุดเควสต่อไปได้

สล็อตวอเลท

3. เควสบางอันจะยากมาก คุณต้องชุบชีวิตใครบางคน หากภารกิจจะส่งคุณไปยัง Aizens ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้รับหินคืนชีพที่ดรอปแล้ว คุณจะต้องเริ่มภารกิจใหม่จากที่นั่น

4. ภารกิจบางอย่างจะทำให้คุณต้องพอใจในบางจุด คุณควรตั้งค่าแผนที่ของคุณบนแผนที่รวมทั้งดูตำแหน่งบนแผนที่ของคุณ นี่อาจเป็นงานที่ต้องใช้เวลามาก แต่ก็ช่วยได้นะ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร?

5. เควสบางรายการจะเบา คุณต้องฆ่ามอนสเตอร์จำนวน X เป็นงานเบา ๆ แต่ถ้าคุณเห็นว่าคุณกำลังถอยหลัง คุณสามารถวิ่งเบา ๆ ได้ คุณสามารถฆ่าศัตรูได้อย่างรวดเร็ว และพวกมันจะเป็นเป้าหมายที่ง่าย

คุณจะเห็นว่าการฆ่าศัตรูทำได้ง่ายและรวดเร็ว เป็นเรื่องง่ายมากเมื่อคุณเห็นว่าคุณมีเวลาบ้าง

อีกตัวอย่างสำหรับคุณ เมื่อคุณอยู่กับใครสักคนและต้องการมีปีกของคุณ คุณสามารถบินไปยังที่ที่กลุ่มเควสอยู่ ให้พวกเขามอบดาบ และปีกของคุณ แล้วบินกลับแล้วหมุนเข้าไป ไปได้เลย ง่ายนิดเดียว

คุณจะพบว่านี่เป็นงานที่ง่ายมาก

ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ คุณจะสามารถเลเวลอัพได้อย่างรวดเร็วและค่อนข้างง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเพิ่มเคล็ดลับเหล่านี้ในการปรับระดับของคุณ

เป็นวิธีที่ดีมากในการอัพเลเวลอย่างรวดเร็วใน Aion

คุณสามารถเริ่มทำได้ทันทีที่คุณต้องการ

คุณจะเห็นว่ามันง่ายจริงๆ

คุณคิดว่าตัวปรับระดับพลังของ Ateria เป็นอย่างไร?

นักพนัน สล็อตแตกง่าย เป็นแนวคิดที่ทันสมัยและได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตแบบทวีคูณในเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ในขณะเดียวกัน เราก็มีข้อกังวลอยู่บ้าง เกม PC เป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับเกมรุ่นเก่า เครื่องหรือซอฟต์แวร์? เราไม่รู้ว่าจะวัดการมีส่วนร่วมของคาสิโนในอุตสาหกรรมการพนันออนไลน์ได้อย่างไร แต่เรารู้ว่าผู้แข่งขันหลายคนในคาสิโนออนไลน์รุ่นต่อไปมีการวางแผนและมุ่งมั่นที่จะทำให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตและเติบโตเต็มที่ เท่าที่จะทำได้

ทศวรรษหน้าจะเห็นคาสิโนออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดของเว็บไซต์ จนถึงตอนนี้ การจราจรมีความหลากหลายมาก เว็บไซต์บางแห่งนำมาจากเว็บไซต์ของคาสิโนโดยตรง แต่ด้วยทั้งหมดนั้น คาสิโนทางเว็บจึงปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เข้าชมที่ต้องการสนุกกับการเสนอเกมคาสิโนจาก Like จริง – เพื่อดาวน์โหลดคาสิโน จำเป็นต้องแปลงรูปแบบบางรูปแบบ

คุณอาจจำเป็นต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์คาสิโนจากเซิร์ฟเวอร์ แต่เมื่อลงทะเบียน คุณจะได้รับสำเนาข้อความซึ่งจะถูกบันทึกไว้เมื่อคุณปิดโปรแกรมซอฟต์แวร์ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องจำชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของคุณ รวมทั้งที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ เพื่อเข้าสู่ระบบในภายหลัง ตารางของคาสิโนดูมีชีวิตชีวาและน่าดึงดูดใจมาก

สล็อตเว็บตรง ที่ดีที่สุด อันดับ 1 ของไทยและเอเชีย

แนวคิดที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับเกม สล็อตแตกง่าย คาสิโนคือการคืนความรู้สึกเหมือนเป็นคาสิโนจริง แน่นอนว่าเสียงของสล็อตแมชชีนนั้นเหมือนจริงอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับที่คุณได้ยินเสียงในคาสิโนแบบอิฐและปูน ในทางกลับกัน คุณจะได้รับเสียงและเอฟเฟกต์เหมือนกันในคาสิโนออนไลน์ ไม่ต้องเดินไปรอบๆ คาสิโน ได้ยินเสียงและคนอื่นคุยกับคุณอีกต่อไป

แนวคิดที่สำคัญที่สุดเกี่ยวกับเกมคาสิโนคือการให้ความรู้สึกของการผจญภัย คุณแทบจะไม่สามารถออกจากบ้านได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่ไปที่คาสิโนและเริ่มเล่น มันเหมือนอยู่ในคาสิโนสดจริง ๆ ในความเป็นจริง มันจะเป็นเหมือนงานปาร์ตี้หรืองานส่วนตัวของคุณหากคุณต้องการ หากคุณต้องการ คุณสามารถปรับแต่งสภาพแวดล้อมของคาสิโน เฟอร์นิเจอร์ สัตว์ ผู้คนและทุกสิ่งได้ ดูเหมือนว่าคาสิโนจะกลายเป็นดินแดนของคุณเอง

เกมคาสิโนออนไลน์ชั้นนำ ได้แก่ craps, blackjack, keno, roulette, poker, slot machine และ video poker คุณสามารถเล่นเพื่อความสนุกสนานหรือเพื่อเงินจริง และการประสบความสำเร็จและสร้างรายได้จากเกมสล็อตนั้นง่ายกว่าที่คุณคิดอย่างแน่นอน พื้นฐานของเกมมีความเหมือนกันไม่มากก็น้อย

Craps ออนไลน์เป็นเกมสล็อตแตกง่ายคาสิโนที่รวดเร็วซึ่งคุณสามารถวางเดิมพันและรับอัตราต่อรอง โต๊ะลูกเต๋ามักจะเป็น “โจรติดอาวุธคนเดียว” แต่ด้วยประสบการณ์การเล่นลูกเต๋าชนิดหนึ่งออนไลน์ คุณจะสามารถควบคุมเกมและเดิมพันได้อย่างชาญฉลาด คาสิโนออนไลน์เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการเล่นลูกเต๋าชนิดหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย

สล็อตแตกง่าย เว็บตรง ระบบน่าเชื่อถือ เล่นได้ จ่ายจริง การันตรีผู้เล่นมากกว่า 1,000 คนต่อวัน แจกโบนัสทุกวัน

สล็อตแตกง่าย

คีโนเป็นอีกเกมหนึ่งที่มีโอกาสล้วนๆ และนี่อาจเป็นเกมที่น่าสนใจมาก คีโนเคยเป็นที่นิยมมากเป็นเกม ตอนนี้คุณสามารถเล่นคีโนออนไลน์และทำเงินได้ หากคุณมีประสบการณ์ คีโนสามารถเล่นกับเพื่อนและครอบครัวของคุณได้ แต่เล่นออนไลน์ง่ายกว่าแน่นอน เนื่องจากไม่มีผู้เล่นอื่นในบ้าน การเล่นคีโนออนไลน์นั้นคล้ายกับการเล่นคีโนสดมาก ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือซอฟต์แวร์ใช้ตัวสร้างตัวเลขสุ่ม

เกมคลาสสิคแห่งโอกาสคือรูเล็ต คุณอาจเคยได้ยินคำศัพท์นี้ แต่คุณอาจไม่เคยรู้ความหมายที่แท้จริง หากคุณสงสัยว่ารูเล็ตคืออะไร มันเป็นเกมสล็อตแตกง่ายคาสิโนที่คุณสามารถเดาช่องที่ลูกบอลจะตก คุณยังสามารถเดิมพันชุดสีและตัวเลขที่ชนะได้ แม้ว่าเกมนี้จะมีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศส แต่ปัจจุบันมีการเล่นในหลายประเทศ วงล้อรูเล็ตอเมริกันมี 36 ช่องหมายเลข 0 และ 00 ซึ่งเป็นสีดำและสีแดง 1 ถึง 36 1 ถึง 36 00 0 0 และ 0 ช่องศูนย์เดียวทำให้วงล้อรูเล็ตเป็นช่องศูนย์คู่หรือที่รู้จัก เป็นช่องศูนย์ สล็อตศูนย์คู่คือขอบเจ้ามือ

วงล้อรูเล็ตสามารถรองรับได้ถึง 28 ตัวเลขได้อย่างสบาย โดยมี 6 ตัวเลขที่ขอบล้อด้านนอก และด้านหลังล้อ คือช่องด้านใน ตัวเลขยังบางครั้งเรียกว่าช่องภายใน เนื่องจากแต่ละหมายเลขอยู่ในช่องของตัวเองในวงล้อ ภายนอกโดยทั่วไปจะเป็นสีเขียว แดง ดำ คี่ คู่ ที่ 1 12 2 12 3 12 และ 2 18 ในสหรัฐอเมริกาตัวเลขจะแตกต่างกันเล็กน้อย แต่หลักการของเกมก็เหมือนกันในแต่ละประเทศ , หลักการของเกมยังคงเหมือนเดิม

ชุดรูปแบบเพลงและมีการ์ดเพื่อติดตามตัวเลขที่เกิดขึ้น

USJ เปิดโซนใหม่ “Super Nintendo World” 4 ก.พ. 2021 นี้!

สวนสนุกใจกลางเมืองโอซาก้า “Universal Studios Japan” หรือ USJ ประกาศข่าวดีมาให้แฟน ๆ ได้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง เกี่ยวกับรายละเอียดของพื้นที่โซนใหม่ “Super Nintendo World” โปรเจกต์ที่ร่วมมือกับบริษัทเกมชื่อดังของญี่ปุ่น Nintendo พร้อมเผยกำหนดการแกรนด์โอเพนนิ่งในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2021 นี้!

ทุกคนคือ “MARIO”

สวนสนุก USJ เปิดเผยรายละเอียดพื้นที่ภายใน “Super Nintendo World” นอกจากเพื่อน ๆ จะได้เห็นปราสาทของเจ้าหญิงพีชและปราสาทของจอมวายร้ายคุปป้าที่ตั้งตระหง่านแล้ว ยังมีโซนเครื่องเล่นและกิจกรรมต่าง ๆ ให้เราได้สัมผัสบรรยากาศในโลกของมาริโอ้อีก เช่น เครื่องเล่นรถแข่ง “MARIO KART ~Koopa’s Challenge~”, ขี่เครื่องเล่นในธีม “Yosshii” ไดโนเสาร์สีเขียวคู่หูของมาริโอ้ พร้อมทั้งโซนร้านอาหารและร้านขายสินค้าที่ระลึกต่าง ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทุบบล็อกสะสมเหรียญและไอเทมอีกด้วย

ทุบบล็อกสะสมเหรียญกันเถอะ!

เพื่อน ๆ สามารถสัมผัสประสบการณ์ในโลกของมาริโอ้ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อทำการซื้อไอเทม ” Power-Up Band” และเชื่อมต่อระบบเข้ากับสมาร์ทโฟน จากนั้นก็จะสามารถสะสมเหรียญรางวัลที่ได้จากการทุบ “ฮาเทะนะบล็อก” โดยสามารถตรวจสอบจำนวนเหรียญได้ในสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นที่ชื่อว่า ” Key Challenge” ให้เพื่อน ๆ ได้สะสมกุญแจ รวมทั้งกิจกรรมแสตมป์แรลลี่สะสมตัวละครจากมาริโอ้อีกมากมายให้ร่วมสนุก

โดยเพื่อน ๆ สามารถตรวจสอบอันดับการสะสมเหรียญรางวัลได้ผ่านแอปพลิเคชันพิเศษนี้ อีกทั้งยังมีเกมสุดสนุกตื่นเต้น เพื่อสร้างสัมพันธ์และความสามัคคีกับเพื่อน ๆ พร้อมต่อสู้กับเกสต์คนอื่น ๆ ในสวนสนุกแบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย

ภาพบรรยากาศแรกจากปราสาทจอมปีศาจคุปป้า

นอกจากนี้ USJ ยังได้เปิดเผยภาพบรรยากาศแรกใน “ปราสาทคุปป้า” ให้แฟน ๆ ได้กรี๊ดกันอีกด้วย กับการนำฉากในเกมมาสร้างใหม่ให้ดูสมจริงจนน่าขนลุก ภาพบรรยากาศภายในปราสาทหินที่เต็มไปด้วยมนตร์ พร้อมกับรูปปั้นจอมปีศาจคุปป้าขนาดใหญ่ที่ตั้งต้อนรับอยู่ใจกลางปราสาทที่เพื่อน ๆ ต้องไปชมด้วยตาของตัวเองให้ได้!

Thomas Geraghty ผู้อำนวยการบริหารการผลิตจาก Universal Creative

สัมผัสการแข่งขัน “MARIO KART” ด้วยตัวคุณเอง

“MARIO KART ~Koopa’s Challenge~” เครื่องเล่นสุดทันสมัยที่ตั้งอยู่ภายในส่วนลึกของปราสาท ให้คุณได้สัมผัสโลกของเกมมาริโอ้ได้อย่างเต็มสูบ!

 

คุณจะได้จับพวงมาลัยรถ “มาริโอคาร์ต” มุ่งออกจากจุดสตาร์ท สปินและดริฟต์แล่นไปตามถนน ขับเคี่ยวขนาบคู่ไปกับเหล่าตัวละครอย่าง “มาริโอ้”, “ลุยจิ” ฯลฯ ราวกับว่าได้เข้าไปอยู่ในโลกของเกมมาริโอ้จริง ๆ แย่งชิงอันดับ 1 ในการแข่งรถไปกับมาริโอ้และเจ้าหญิงพีช อย่าลืมที่จะเก็บกล่องไอเทมในระหว่างทางเพื่อใช้โจมตีคู่ต่อสู้ของคุณด้วยล่ะ! แม้ในบางครั้งคุณอาจแพ้หรือชนะจากการแข่งขัน แต่รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจในทุก ๆ ครั้งที่ได้จับพวงมาลัยรถ “มาริโอคาร์ต” ที่นี่อย่างแน่นอน!

“MARIO KART ~Koopa’s Challenge~” เป็นเครื่องเล่นเกม “มาริโอคาร์ต” เครื่องแรกของโลกที่ทางบริษัท Nintendo และสวนสนุก Universal Studios Japan ร่วมกันพัฒนานานกว่า 6 ปี โดยมีการฉายภาพเทคนิคพิเศษต่าง ๆ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี AR, Projection mapping, Projection screen ฯลฯ นำทั้งหมดมาประกอบเป็นฉากหลังของเครื่องเล่น ให้เราได้สัมผัสบรรยากาศจากในเกมประวัติศาสตร์อย่าง “มาริโอคาร์ต” ราวกับว่ามันมีอยู่จริง

แฟนเกมค่าย Nintendo และแฟนเกมมาริโอ้เตรียมวางแพลนไปเที่ยวสวนสนุก USJ รอได้เลย! เพราะล่าสุดมีข่าวมาว่า ญี่ปุ่นกำลังพิจารณารับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศในเดือนเมษายนปีหน้า ใครที่กำลังคิดถึงประเทศญี่ปุ่นเตรียมกระเป๋าเดินทางให้พร้อมและรอฟังข่าวดีกันได้เลย!    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย