แจกแพลนเที่ยวโทโฮคุตอนใต้! ตามหาเสน่ห์ Unseen ในฟุคุชิมะ-มิยางิ 4 คืน 5 วัน

ฤดูร้อน ฤดูกาลแห่งสีสัน การพักผ่อน และฤดูกาลที่เหมาะอย่างยิ่งกับการเที่ยวฟุคุชิมะและมิยางิ สองจังหวัดทางใต้ของโทโฮคุที่ไม่ไกลจากโตเกียวนัก แต่มีน้อยคนที่จะรู้ถึงเสน่ห์แห่งสีสันที่ซ่อนอยู่ในสองจังหวัดนี้ ฤดูร้อนนี้ ANNGLE ขอเชิญชวนเพื่อนๆ หลบแสงสีนีออนที่คุ้นเคย แล้วตาม ANNGLE กับน้อง “นารุโกะ” ตุ๊กตาโคะเคชิผู้เป็นไกด์ประจำทริปนี้ไปอาบสีสันแห่งฤดูร้อนของโทโฮคุตอนใต้ให้ชื่นใจกันค่ะ

นารุโกะ
นารุโกะ
สวัสดีค่า “นารุโกะ” ค่ะ เราเป็นตุ๊กตาโคะเคชิของขึ้นชื่อจังหวัดมิยางิ และมีพี่น้องตุ๊กตาโคเคชิอยู่จังหวัดอื่นๆ ทั่วโทโฮคุเลยค่ะ ทริปนี้จะมารับหน้าที่เป็นไกด์พาเพื่อนๆ เที่ยวกันนะคะ ฝากตัวด้วยค่า

แจกแพลนเที่ยวโทโฮคุตอนใต้! ตามหาเสน่ห์ Unseen ในฟุคุชิมะ-มิยางิ 4 คืน 5 วัน

South Tohoku Trip Map
แผนที่เส้นทางของทริปฟุคุชิมะ-มิยางิ

สำหรับทริปนี้จะเป็นทริปเที่ยวโทโฮคุตอนใต้ในพื้นที่จังหวัดฟุคุชิมะและมิยางิในช่วงกลางปีจนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง แม้จะเป็นบริเวณตอนใต้ของโทโฮคุที่ไม่ไกลจากโตเกียวนัก แต่อากาศที่นี่ในช่วงฤดูร้อนกลับสบายพอๆ กันกับอะคิตะและอาโอโมริที่อยู่เหนือสุดของโทโฮคุทีเดียว โดยมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 16 องศาเซลเซียส เป็นสภาพอากาศที่คงถูกใจทั้งคนขี้หนาวและคนขี้ร้อนแน่นอน

นอกจากนี้ เพราะทริปนี้เป็นทริปที่เราจะนั่งรถไฟและรถบัสตะลอนไปรอบๆ โทโฮคุตอนใต้ และยังมีกิจกรรมเดินเขา พายเรือ และนั่งเรือชมอ่าวด้วย ช่วงฤดูร้อนแบบนี้จึงเป็นช่วงที่เราจะสนุกกับกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ได้อย่างเต็มที่! โดยเฉพาะการนั่งรถไฟ FruiTea Fukushima และการนั่งเรือชมอ่าวมัตสึชิมะ อ่าวที่สวยติดอันดับอ่าวที่สวยที่สุดในโลก! ยังไม่นับบรรดาวัฒนธรรม ศิลปะญี่ปุ่น-ยุโรป และของอร่อยที่หาได้เฉพาะโทโฮคุเท่านั้นที่รอเพื่อนๆ ไปค้นหากันอยู่ค่ะ!

เริ่มออกเดินทาง

Day 1

South Tohoku Trip day 1

—START—

Tohoku Shinkansen 1 ชั่วโมง 51 นาที 
Tokyo Station → Koriyama Station

เริ่มต้นทริปกันด้วย FruiTea Fukushima

fruitea fukushima
ตั๋วและขบวนรถ FruiTea Fukushima ที่มาในธีมคาเฟ่ชวนให้นึกถึงห้องน้ำชาสไตล์อังกฤษ

FruiTea Fukushima เป็นหนึ่งในรถไฟ Joyful Train (รถไฟที่มีธีมเฉพาะตัวและเน้นเพื่อการท่องเที่ยว) และเป็นรถไฟไฮไลท์ประจำทริปนี้ โดยธีมของ FruiTea Fukushima คือ “คาเฟ่ท่องเที่ยว” ซึ่งบนรถจะมีขนมหวานจากผลไม้ประจำฤดูกาลของฟุคุชิมะให้ได้ชิมขณะชมวิวชนบทของญี่ปุ่นไปด้วย เรียกได้ว่า FruiTea Fukushima ทั้งขบวนคือคาเฟ่วิ่งได้เลยทีเดียว!

นารุโกะ
นารุโกะ
เมนูขนมหวานที่เสิร์ฟบนรถเป็นขนมจากร้าน Fruits Peaks และ Cocco Tree สองร้านขนมหวานชื่อดังในจังหวัดฟุคุชิมะ ซึ่งหลายเมนูนี้เป็นเมนูที่หาทานเฉพาะบน FruiTea Fukushima อีกด้วยนะคะ!
นารุโกะ
นารุโกะ
สำหรับเพื่อนๆ ที่สงสัยว่าบน FruiTea Fukushima มีอะไรน่าสนุกอีกบ้าง ไปชมคลิปบรรยากาศการนั่ง FruiTea Fukushima แล้วไปตามอ่านเพิ่มเติมได้กันได้เลยค่ะ!

 

SPOT 1 : อินาวะชิโระ ทะเลสาบที่มีชื่อเล่นว่า “กระจกแห่งสวรรค์”

inawashiro swan
ฝูงหงส์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองและอินาวะชิโระ

ทะเลสาบอินาวะชิโระเป็นทะเลสาบที่ใหญ่อันดับ 4 ของญี่ปุ่น และเป็นทะเลสาบที่มีชื่อเล่นว่า “กระจกแห่งสวรรค์” ที่มีที่มาจากภาพท้องฟ้าที่สะท้อนอยู่บนพื้นผิวของทะเลสาบ อีกไฮไลท์ของอินาวะชิโระคือฝูงหงส์นับพันตัวที่จะอพยพมาที่นี่ทุกปีให้นักท่องเที่ยวได้ชมความสง่าของนกที่เป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองอินาวะชิโระ

นอกจากนี้ พื้นที่อินาวะชิโระยังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่มีต้นไม้ดอกไม้ตามฤดูกาลให้ชมตลอดปี และยังเป็นจุดเล่นสกีและแหล่งออนเซ็นให้สนุกเพลิดเพลินได้ เรียกได้ว่าจะมาเที่ยวตอนไหนและมากับใคร อินาวะชิโระก็มีอะไรให้สนุกได้ตลอด

Bus ประมาณ 40 นาที
Inawashiro → Urabandai

SPOT 2 : อุระบันได “อาณาจักรแห่งทะเลสาบ” จุดหมายของสายผจญภัย

urabandai autumn
อุระบันไดในฤดูใบไม้ร่วง

หลังจากที่ผจญภัยแบบวอร์มอัพกันที่อินาวะชิโระแล้ว เราก็มาถึงจุดผจญภัยท่ามกลางป่าเขาของญี่ปุ่นของจริง นั่นคืออุระบันได แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีฉายาว่า “อาณาจักรแห่งทะเลสาบ” ด้วยทะเลสาบและบึงกว่า 300 แห่งที่หลบซ่อนอยู่ตามภูเขาในบริเวณนี้ ซึ่งเราจะมาเดินท่องอุระบันไดของจริงกันในวันถัดไปค่ะ สำหรับวันแรกของทริป เรามาอร่อยกับเมนูประจำถิ่นอย่างราเม็งเกลือภูเขาพร้อมชมธรรมชาติสวยๆ ชิลๆ กันค่ะ!

นารุโกะ
นารุโกะ
สำหรับเมนูราเม็งเกลือภูเขา (山塩ラーメン) ของที่นี่มีความพิเศษคือเป็นราเม็งที่ปรุงด้วยเกลือจากออนเซ็นที่มีเกลือแร่เข้มข้น พร้อมด้วยแร่ธาตุจากภูเขาแบบเน้นๆ ทำให้ได้ราเม็งซุปใสที่ทานได้เรื่อยๆ นับเป็นเมนูที่ทำให้เราได้เข้าถึงธรรมชาติและภูเขาของอุระบันไดไปอีกแบบค่ะ!

 

คืนนี้ค้างแถวนี้: อุระบันได

อุระบันไดนับเป็นแหล่งตั้งแคมป์ยอดนิยมแห่งหนึ่งและเป็นจุดเล่นสกีที่มีชื่อเสียง ทำให้ที่นี่มีที่พักหลายแบบให้เลือก ตั้งแต่บ้านพักสไตล์เกสท์เฮาส์ไปจนถึงรีสอร์ทระดับห้าดาว โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่คืนละ 7,000 เยน (2,000 บาท) ไปจนถึง 80,000 เยน (23,000 บาท) สำหรับตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจคือ Active Resorts URABANDAI รีสอร์ทเรทราคาจับต้องได้ (คืนละ 10,000 เยน / 3,000 บาท) ที่มาพร้อมกับห้องพักสะดวกสบาย ออนเซ็น และยังตั้งอยู่ในทำเลที่ใกล้กับจุดหมายปลายทางของเราในวันพรุ่งนี้ด้วย

นารุโกะ
นารุโกะ
มาค้างคืนที่อุระบันไดกันทั้งที เพื่อนๆ อย่าลืมออกไปดูดาวกันนะคะ เพราะวิวดาวเต็มท้องฟ้าที่สะท้อนบนผิวทะเลสาบของที่นี่สวยอย่าบอกใครเลยค่ะ!

Day 2

South Tohoku Trip day 2

—START—

เริ่มวันกันด้วยการเดินเที่ยวอุระบันได!

SPOT 3 : เริ่มต้นวันกันอย่างสดชื่นกับสีฟ้าหลากเฉดที่โกะชิคินุมะ

goshikinuma
น้ำสีฟ้าเขียวโคบอลต์ของโกะชิคินุมะ

โกะชิคินุมะหรือ “บึงห้าสี” เป็นชื่อเรียกบึงห้าบึงที่ต่างมีเฉดสีฟ้าเขียวต่างกันออกไป ตั้งแต่สีฟ้าพาสเทล สีมรกต จนถึงสีโคบอลต์ ซึ่งสีสันของบึงทั้งห้านี้ล้วนเป็นสีตามธรรมชาติที่สวยงามราวกับมีจิตรกรมาผสมสีวาดให้เห็น ทำให้แค่มองก็รู้สึกสดชื่นแล้ว แต่ถ้าไม่พอ เพื่อนๆ ก็ยังเข้าไปสัมผัสความงามของโกชิคินุมะได้โดยการพายเรือที่บึงบิชามอนนุมะ บึงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาบึงทั้ง 5 นี้ได้อีกด้วย!

Morohashi Museum of Modern Art
Morohashi Museum of Modern Art

หลังจากเดินชมบึงทั้งห้าของโกะชิคินุมะแล้ว พักเหนื่อยมาชมศิลปะที่ Morohashi Museum of Modern Art พิพิธภัณฑ์สุดโมเดิร์นใจกลางป่าเขาแห่งอุระบันไดกันค่ะ ที่พิเศษคือที่นี่ยังเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวในเอเชียที่จัดแสดงงานศิลปะของ Salvador Dali ศิลปินระดับโลกชาวสเปนอยู่ตลอดทั้งปี พร้อมมีผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง Van Gogh และ Paul Cezanne อีกด้วย นับเป็นการปิดคอร์สท่องอุระบันไดที่ไม่เลวเลยค่ะ

 

นารุโกะ
นารุโกะ
ถ้าเพื่อนๆ มีรถและมีเวลา นารุโกะก็มีอีกที่ที่อยากแนะนำค่ะ นั่นคือ “หุบเขานากาสึกาวะ”
ืnakatsugawa valley bridge
สะพานเหนือหุบเขานากาสึกาวะ

จากโกะชิคินุมะ เพื่อนๆ สามารถนั่งรถมาที่หุบเขานากาสึกาวะ ซึ่งในบริเวณนั้นมีไฮไลท์สำคัญๆ อยู่สองจุด จุดแรกคือสะพานข้ามหุบเขาที่เราสามารถเห็นวิวอลังการของหุบเขาได้แบบรอบทิศ และอีกไฮไลท์คือการลงไปเดินเลียบลำธารด้านล่างเพื่อชมความยิ่งใหญ่และสวยงามของหุบเขาได้อย่างใกล้ชิด!

nakatsukawa stream
เบื้องล่างหุบเขานากาสึกาวะ
นารุโกะ
นารุโกะ
จะเดินตอนฤดูร้อนให้ได้บรรยากาศสดชื่นของป่าเขียวขจีก็ดี หรือจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ก็สวยอลังสมชื่อจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมแห่งอุระบันไดเลยล่ะค่ะ!

Bus ประมาณ 40 นาที
Urabandai → Inawashiro
JR Ban-Etsu West Line 50 นาที 
Inawashiro → Aizu-Wakamatsu Station

คืนนี้ค้างแถวนี้: Aizu-Wakamatsu Station

Aizu-Wakamatsu Station เป็นสถานีรถไฟหลักในย่านไอสึวากามัตสึ ทำให้บริเวณสถานีค่อนข้างคึกคักและมีที่พัก ร้านอาหาร และร้านค้ามากมายอำนวยความสะดวก ในจำนวนนี้ ที่พักที่น่าสนใจคือ Ekimae Fuji Grand Hotel โรงแรมใกล้สถานีราคา 10,000 เยน (3,000 บาท) ต่อคืน และถ้าเดินเลยโรงแรมไปอีก เพื่อนๆ จะเจอกับออนเซ็น Fujinoyu ออนเซ็นที่มีครบทั้งบริการแช่ออนเซ็น อาหาร และนวดผ่อนคลาย เหมาะกับการคลายเหนื่อยจากการเดินท่องอุระบันไดเป็นอย่างยิ่ง!

Day 3

south tohoku model course day 3

—START—

JR Tadami Line 1 ชั่วโมง 19 นาที
Aizu-Wakamatsu Station → Aizu-Miyashita Station
Bus 5 นาที 
Aizu-Miyashita Station → Oze-Kaido Mishima-juku
เดิน 2-3 นาที 
Oze-Kaido Mishima-juku → No.1 Tadami River Bridge

SPOT 4 : มุ่งหน้าสู่สะพาน “No.1 Tadami River Bridge” ที่สุดของจุดชมวิวของฟุคุชิมะ

no.1 tadami bridge
No.1 Tadami River Bridge ในฤดูร้อน

ไฮไลท์ของวันนี้  “No.1 Tadami River Bridge” เป็นจุดชมวิวแม่น้ำทะดะมิของจังหวัดฟุคุชิมะที่นักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาเพื่อเก็บภาพวิวที่นี่ ถึงจะดูเป็นวิวที่เรียบง่ายโดยมีสะพานทอดระหว่างหุบเขาเหนือแม่น้ำที่เรียบสงบและมีรถไฟวิ่งผ่าน แต่ภาพที่เรียบง่ายนี้เองที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของมนุษย์ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ ซึ่งภาพวิวนี้ยังสวยต่างกันออกไปในแต่ละฤดูด้วย ทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาที่นี่อยู่บ่อยครั้งเพื่อเก็บภาพความทรงจำให้ครบทุกฤดูนั่นเอง

No.1 Tadami River Bridge ในฤดูใบไม้ร่วง Photo by Outside The Room
No.1 Tadami River Bridge ในฤดูหนาว Photo by Outside The Room
นารุโกะ
นารุโกะ
รู้หรือไม่? ในปี 2008 ทางรถไฟ JR สายทะดะมิ ได้รับเลือกให้เป็นอันดับ 1 ในการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ Nikkei Plus 1 ของญี่ปุ่นด้วยนะ!

ใกล้ๆ กับจุดชมวิวสะพานจะมีออนเซ็นสาธารณะชื่อ Kiri no Sato Club Kirinoyu ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะไปพักผ่อนแช่ออนเซ็นสบายๆ ได้ ออนเซ็นเปิดให้บริการเวลา 11:00-21:00 น. โดยมีค่าเข้าอยู่ที่ 420 เยนต่อคน นอกจากออนเซ็นแล้วข้างในก็มีร้านเนื้อย่างด้วย แช่น้ำร้อนเสร็จแล้วออกมากินปิ้งย่างต่อได้สบายเลย

JR Tadami Line 1 ชั่วโมง 35 นาที
No.1 Tadami River Bridge → Aizu-Wakamatsu Station

คืนนี้กลับมาค้างแถว Aizu-Wakamatsu Station

คืนนี้เราก็ยังคงค้างกันที่สถานี Aizu-Wakamatsu Station สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากสำรวจรอบๆ สถานีบ้าง ในบริเวณใกล้ๆ กันมีร้านอาหารท้องถิ่นมากมาย โดยเฉพาะร้านอิซากายะ (ร้านอาหารที่เสิร์ฟสุรา) เช่น Kodawariyama Aizuwakamatsu ร้านอิซากายะเล็กๆ ที่เพื่อนๆ จะเข้าไปอร่อยกับอาหารบรรยากาศท้องถิ่นก็ได้ หรือจะสังสรรค์หน่อยก็เป็นสีสันได้ดี โดยในร้านจะมีพนักงานและเจ้าของร้านต้อนรับอย่างเป็นกันเอง และถ้าจังหวะดี เราอาจจะได้ฟังเรื่องสนุกๆ เกี่ยวกับไอสึวากามัตสึจากเจ้าของร้านและพนักงานอีกด้วย

Day 4

—START—

Aizu Loop Bus ประมาณ 20 นาที 
Aizu-Wakamatsu Station → Tsuruga Castle

SPOT 5 : ปราสาทสึรุงะ ปราสาทที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของเมืองแห่งซามูไร

มาเที่ยวญี่ปุ่นทั้งทีก็ต้องมาเยือนปราสาทญี่ปุ่นสักแห่งให้ได้ โดยปราสาทประจำทริปนี้คือปราสาทสึรุกะ ปราสาทที่เป็นหนึ่งในฐานที่มั่นสุดท้ายของซามูไรที่ภักดีต่อโชกุนในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลเมจิ สมกับที่เป็นปราสาทประจำเมืองแห่งซามูไรอย่างแท้จริงทีเดียวค่ะ

หลังจากเก็บภาพมุมสวยของปราสาทสึรุงะท่ามกลางแมกไม้ของสวนรอบปราสาท พร้อมชมพิพิธภัณฑ์ซามูไรภายในปราสาทแล้ว ในสวนของปราสาทยังมีโรงน้ำชาที่ผู้ครองแคว้นในอดีตเคยใช้จัดพิธีชงชา รวมถึงในบริเวณใกล้เคียงยังมีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอย่างพิพิธภัณฑ์สาเกไอสี และพิพิธภัณฑ์จังหวัดฟุคุชิมะอยู่ด้วย

นารุโกะ
นารุโกะ
ความน่าสนใจอย่างหนึ่งของปราสาทสึรุงะคือที่นี่มีกระเบื้องมุงหลังคาเป็นสีแดง ซึ่งเป็นสีที่เห็นไม่ค่อยเห็นในปราสาทญี่ปุ่น เพราะทั่วไปปราสาทญี่ปุ่นมักจะมีหลังคาสีเทาค่ะ
Bus ประมาณ 30 นาที 
Tsuruga Castle → Akabeko Crafter Bansho

SPOT 6 : ระบายสีตุ๊กตาอะกะเบโกะหนึ่งเดียวของเราที่ “Akabeko Crafter Bansho”

akabeko
อะกะเบโกะ ของเล่นเก่าแก่และของขึ้นชื่อจังหวัดฟุคุชิมะ

ตั้งแต่มาถึงฟุคุชิมะเพื่อนๆ อาจจะได้เห็นตุ๊กตาวัวสีแดง “อะกะเบโกะ” ของเล่นและเครื่องรางเก่าแก่ประจำจังหวัดวางอยู่ตามที่ต่างๆ และสำหรับเพื่อนๆ ที่อยากได้ของเล่นวัวหัวดุ๊กดิ๊กน่ารักนี้กลับบ้าน ก้าวเข้าไปใน Akabeko Crafter Bansho เพื่อลงมือทำเปเปอร์มาร์เช่และระบายสีอะกะเบโกะด้วยตัวเอง แล้วนำอะกะเบโกะฝีมือเราที่มีตัวเดียวในโลกกลับบ้านกันได้เลยค่ะ

akabeko shelf
ตุ๊กตาอะกะเบโกะที่มาหลายไซส์หลากขนาด
นารุโกะ
นารุโกะ
นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเวิร์คช็อปอื่นๆ เช่น เวิร์คช็อปเพ้นท์ตุ๊กตาดารุมะไอสึและเวิร์คช็อปเพ้นท์เครื่องเขินญี่ปุ่นให้เพื่อนๆ ได้เลือกสร้างงานฝีมือที่ชอบกันได้ด้วยนะคะ!

Akabeko Crafter Bansho → Aizu-Wakamatsu Station
JR Ban-Etsu West Line 1 ชั่วโมง 9 นาที 
Aizu-Wakamatsu Station → Koriyama Station
Tohoku Shinkansen 44 นาที 
Koriyama Station → Sendai Station

คืนนี้ค้างแถวนี้: Sendai Station

สถานี Sendai Station น่าจะเป็นจุดค้างคืนของเราที่คึกคักที่สุดแล้วในทริปนี้ นอกจากห้างฯ S-PAL Sendai ในสถานี Sendai Station แล้ว รอบๆ ยังมีห้างฯ อีกหลายแห่งเช่น PARCO ให้เข้าไปจับจ่ายซื้อของได้ตามสะดวก คืนสุดท้ายแล้วสำหรับทริปนี้ กางลิสต์ของฝากแล้วตะลุยห้างชอปปิ้งให้สุดๆ ไปเลย

นารุโกะ
นารุโกะ
และถ้าเพื่อนๆ กำลังสงสัยว่าเซนไดมีเมนูอะไรน่าลองบ้าง ขอแนะนำ “ลิ้นวัวเซนได” เมนูขึ้นชื่อที่ทำให้ทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นต้องกลับมาเซนไดอยู่เรื่อยๆ เพื่อมาชิมเมนูนี้กันค่ะ!
sendai gyutan
ลิ้นวัว หรือ “กิวตัน” เมนูขึ้นชื่อของเซนได

 

สำหรับที่พักนั้น ที่ใกล้ที่สุดคือ Hotel Metropolitan Sendai East ที่มีราคาที่พักประมาณคืนละ 15,000 เยน (4,000 บาท) หรือถ้าขยับออกไปอีก ก็จะมีโรงแรมอื่นๆ ให้เลือกพักได้ในราคาที่ถูกลงมา โดยราคาถูกสุดอยู่ที่คืนละ 5,000 เยน (1,500 บาท)

Day 5

—START—

JR Senseki Line 39 นาที
Sendai Station → Matsushimakaigan Station
นารุโกะ
นารุโกะ
วันสุดท้ายของทริปเราจะมาลุยปิดท้ายกันที่มัตสึชิมะ เมืองที่มีวิวสวยติดอันดับ 3 วิวที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น และยังเป็นเมืองที่มีอ่าวมัตสึชิมะซึ่งสวยติดอันดับโลกอีกด้วย! เอาล่ะ ลงจากรถไฟแล้วไปท่องเมืองริมทะเลนี้กันค่ะ
เดิน 5 นาที
Matsushimakaigan Station → Kanrantei Tea House

SPOT 7 : จิบหาหอมพร้อมชมวิวทะเลที่ “เรือนน้ำชา Kanrantei”

kanrantei tea house
เรือนน้ำชา Kanrantei ในฤดูหนาว

เรือนน้ำชา Kanrantei เป็นเรือนน้ำชาที่ตั้งอยู่ริมทะเลและเห็นวิวอ่าวมัตสึชิมะได้ ชื่อ Kanrantei นั้นแปลได้ว่า “มองคลื่นทะเล” ซึ่งตรงตามวิวที่เราจะได้เห็นเมื่อมานั่งในเรือนน้ำชาพร้อมชาหอมๆ และขนมอร่อยๆ ที่พนักงานมาเสิร์ฟให้ นอกจากนี้ Kanrantei ยังเคยเป็นเรือนที่ไว้รับรองบุคคลสำคัญ และยังมีอีกชื่อว่า “ปราสาทชมจันทร์” เพราะเป็นที่สำหรับให้เจ้าครองแคว้นได้มานั่งชมจันทร์กันนั่นเอง นับเป็นการเริ่มวันกันด้วยการสัมผัสถึงความงามของมัตสึชิมะที่คนในอดีตได้เห็นกันมาช้านาน

เดิน 7 นาที
Kanrantei Tea House → Sightseeing Boat Pier

SPOT 8 : นั่งเรือชมอ่าวมัตสึชิมะ อ่าวที่สวยติดอันดับของญี่ปุ่นและโลก!

matsushima bay
วิวอ่าวมัตสึชิมะที่สวยติดอันดับโลก

หลังจากชมวิวทะเลที่เรือนน้ำชา Kanrantei แล้ว เชื่อว่า ณ ตอนนี้เพื่อนๆ คงเริ่มอยากเข้าไปชมทะเลแห่งนี้กันมากขึ้น ทริปนี้เราเลยจัดเที่ยวเรือชมอ่าวมัตสึชิมะไว้ด้วยค่ะ! โดยเป็นทริปนั่งเรือชมรอบอ่าวมัตสึชิมะประมาณ 50 นาที

matsushima sea
ทะเลอ่าวมัตสึชิมะที่เหมาะกับการนั่งเรือชมอ่าวเป็นอย่างยิ่ง!
นารุโกะ
นารุโกะ
นอกจากจะได้ชมอ่าวที่สวยติดอันดับโลกพร้อมรับลมทะเลสดชื่นกันแล้ว บนเรือยังมีอาหารนกขายให้เราให้อาหารน้องนกนางนวลของที่นี่อีกด้วยค่ะ!
matsushima pleasure boat seagulls
ฝูงนกนางนวลที่บินตามเรือชมอ่าวมัตสึชิมะ
เดิน 10 นาที
Sightseeing Boat Pier → Fukuura Island

SPOT 9 : “เกาะฟุคุอุระ” สวนพฤกษชาติขนาดใหญ่ของมัตสึชิมะ

fukuura island bridge
สะพานข้ามทะเลไปยังเกาะฟุคุอุระ

ที่สุดท้ายที่เราจะแวะกันในทริปนี้คือเกาะฟุคุอุระ เกาะที่เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ให้เดินชมพรรณไม้กว่า 300 ชนิด และก่อนจะไปถึงเกาะ เรายังจะได้ชมวิวทะเลอีกรอบจากบนสะพานข้ามทะเลอีกด้วยนะ! ทางเข้าไปยังสะพานข้ามเกาะฟุคุอุระนั้นอยู่หลังร้านคาเฟ่ Bayland ซึ่งเพื่อนๆ สามารถซื้อตั๋วเข้าได้ที่นี่ และขากลับยังแวะพักทานของอร่อยๆ ที่คาเฟ่ก่อนเดินทางต่อได้อีกด้วย

เดิน 20 นาที
Fukuura Island → Matsushimakaigan Station
JR Senseki Station Line 38 นาที
Matsushimakaigan Station → Sendai Station
นารุโกะ
นารุโกะ
กลับมาที่สถานี Sendai Station แล้ว ถ้ามีเวลา เพื่อนๆ สามารถหาซื้อ “ซุนดะโมจิ” อีกของขึ้นชื่อของเซนไดติดมือกลับบ้านกันได้ค่ะ
ความพิเศษของซุนดะโมจิคือการใช้ถั่วแระญี่ปุ่น ต่างกับโมจิอื่นที่มักใช้ถั่วแดง ทำให้ซุนดะโมจิมีความหอมอร่อยต่างจากโมจิขนิดอื่นๆ ค่ะ!

บ๊ายบายโทโฮคุ!

นารุโกะ
นารุโกะ
กลับมาถึง Sendai Station กันเรียบร้อยแล้ว จากนี้พวกเราจะเดินทางตรงเข้าโตเกียวกันค่ะ!
Tohoku Shinkansen 1 ชั่วโมง 35 นาที 
Sendai Station → Tokyo Station

ขอบคุณที่มาเที่ยวโทโฮคุด้วยกันกับเรา!

tokyo station

นารุโกะ
นารุโกะ
และแล้วเราก็กลับมาถึงจุดเริ่มต้นของทริปกันแล้วค่ะ หวังว่าทริปนี้เพื่อนๆ จะได้เห็นเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในฟุคุชิมะและมิยางินะคะ หวังว่าพวกเราจะได้มีโอกาสต้อนรับเพื่อนๆ อีกครั้งค่ะ

ANNGLE เองก็ขอขอบคุณนารุโกะที่มาเป็นไกด์ประจำทริปนี้นะคะ ถึงจะเป็นทริปสั้นๆ ในฟุคุชิมะและมิยางิที่ไม่ไกลจากโตเกียวนัก แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทั้งสองจังหวัดนี้จะมีแหล่งท่องเที่ยวแบบ Unseen และสามารถเที่ยวได้ครบรสขนาดนี้ สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาที่เที่ยวที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโตเกียว มาเที่ยวตามรอย ANNGLE กันได้นะคะ! แล้วเพื่อนๆ อาจจะพบว่ามาเที่ยวครั้งนี้ครั้งเดียวคงไม่พอ

 

ให้ทริปโทโฮคุง่ายขึ้น! ด้วย JR EAST PASS (Tohoku Area)

JR EAST PASS (Tohoku Area) เป็นตั๋วประเภท Pass จาก JR East ที่จะมาปลดล็อคให้การเดินทางในโทโฮคุง่ายขึ้น เพียงจองตั๋วออนไลน์แล้วมารับตั๋วที่ญี่ปุ่น เพื่อนๆ ก็สามารถเดินทางไปเที่ยวสถานที่ไฮไลท์ต่างๆ ในโทโฮคุได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการซื้อตั๋วอื่นเพิ่ม และยังสามารถนั่งชินกันเซนและรถไฟ Joyful Train อย่าง FruiTea Fukushima เพื่อเพิ่มสีสันให้กับทริปได้อีกด้วย!

ถ้าเพื่อนๆ ซื้อ JR EAST PASS ทางออนไลน์ก่อนเดินทางมาญี่ปุ่น เพื่อนๆ จะได้รับส่วนลดค่าตั๋ว 5% อีกด้วยนะคะ! ซึ่งสำหรับทริปฟุคุชิมะ-มิยางิแบบนี้ก็ต้อง JR EAST PASS (Tohoku Area) เลยค่ะ!
ANNGLE
ANNGLE
ถ้าเพื่อนๆ มีตั๋ว JR Pass อย่าง JR EAST PASS ด้วยล่ะก็ เพื่อนๆ สามารถจองที่นั่งแบบระบุที่นั่งบนชินกันเซนหรือ Joyful Train แบบออนไลน์ได้ฟรี! โดยมีเงื่อนไขเพียงต้องจองล่วงหน้า 1 เดือนเท่านั้นค่ะ!          สล็อตเว็บตรง
USJ เปิดโซนใหม่ “Super Nintendo World” 4 ก.พ. 2021 นี้!

สวนสนุกใจกลางเมืองโอซาก้า “Universal Studios Japan” หรือ USJ ประกาศข่าวดีมาให้แฟน ๆ ได้ตื่นเต้นกันอีกครั้ง เกี่ยวกับรายละเอียดของพื้นที่โซนใหม่ “Super Nintendo World” โปรเจกต์ที่ร่วมมือกับบริษัทเกมชื่อดังของญี่ปุ่น Nintendo พร้อมเผยกำหนดการแกรนด์โอเพนนิ่งในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2021 นี้!

ทุกคนคือ “MARIO”

สวนสนุก USJ เปิดเผยรายละเอียดพื้นที่ภายใน “Super Nintendo World” นอกจากเพื่อน ๆ จะได้เห็นปราสาทของเจ้าหญิงพีชและปราสาทของจอมวายร้ายคุปป้าที่ตั้งตระหง่านแล้ว ยังมีโซนเครื่องเล่นและกิจกรรมต่าง ๆ ให้เราได้สัมผัสบรรยากาศในโลกของมาริโอ้อีก เช่น เครื่องเล่นรถแข่ง “MARIO KART ~Koopa’s Challenge~”, ขี่เครื่องเล่นในธีม “Yosshii” ไดโนเสาร์สีเขียวคู่หูของมาริโอ้ พร้อมทั้งโซนร้านอาหารและร้านขายสินค้าที่ระลึกต่าง ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทุบบล็อกสะสมเหรียญและไอเทมอีกด้วย

ทุบบล็อกสะสมเหรียญกันเถอะ!

เพื่อน ๆ สามารถสัมผัสประสบการณ์ในโลกของมาริโอ้ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น เมื่อทำการซื้อไอเทม ” Power-Up Band” และเชื่อมต่อระบบเข้ากับสมาร์ทโฟน จากนั้นก็จะสามารถสะสมเหรียญรางวัลที่ได้จากการทุบ “ฮาเทะนะบล็อก” โดยสามารถตรวจสอบจำนวนเหรียญได้ในสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นที่ชื่อว่า ” Key Challenge” ให้เพื่อน ๆ ได้สะสมกุญแจ รวมทั้งกิจกรรมแสตมป์แรลลี่สะสมตัวละครจากมาริโอ้อีกมากมายให้ร่วมสนุก

โดยเพื่อน ๆ สามารถตรวจสอบอันดับการสะสมเหรียญรางวัลได้ผ่านแอปพลิเคชันพิเศษนี้ อีกทั้งยังมีเกมสุดสนุกตื่นเต้น เพื่อสร้างสัมพันธ์และความสามัคคีกับเพื่อน ๆ พร้อมต่อสู้กับเกสต์คนอื่น ๆ ในสวนสนุกแบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย

ภาพบรรยากาศแรกจากปราสาทจอมปีศาจคุปป้า

นอกจากนี้ USJ ยังได้เปิดเผยภาพบรรยากาศแรกใน “ปราสาทคุปป้า” ให้แฟน ๆ ได้กรี๊ดกันอีกด้วย กับการนำฉากในเกมมาสร้างใหม่ให้ดูสมจริงจนน่าขนลุก ภาพบรรยากาศภายในปราสาทหินที่เต็มไปด้วยมนตร์ พร้อมกับรูปปั้นจอมปีศาจคุปป้าขนาดใหญ่ที่ตั้งต้อนรับอยู่ใจกลางปราสาทที่เพื่อน ๆ ต้องไปชมด้วยตาของตัวเองให้ได้!

Thomas Geraghty ผู้อำนวยการบริหารการผลิตจาก Universal Creative

สัมผัสการแข่งขัน “MARIO KART” ด้วยตัวคุณเอง

“MARIO KART ~Koopa’s Challenge~” เครื่องเล่นสุดทันสมัยที่ตั้งอยู่ภายในส่วนลึกของปราสาท ให้คุณได้สัมผัสโลกของเกมมาริโอ้ได้อย่างเต็มสูบ!

 

คุณจะได้จับพวงมาลัยรถ “มาริโอคาร์ต” มุ่งออกจากจุดสตาร์ท สปินและดริฟต์แล่นไปตามถนน ขับเคี่ยวขนาบคู่ไปกับเหล่าตัวละครอย่าง “มาริโอ้”, “ลุยจิ” ฯลฯ ราวกับว่าได้เข้าไปอยู่ในโลกของเกมมาริโอ้จริง ๆ แย่งชิงอันดับ 1 ในการแข่งรถไปกับมาริโอ้และเจ้าหญิงพีช อย่าลืมที่จะเก็บกล่องไอเทมในระหว่างทางเพื่อใช้โจมตีคู่ต่อสู้ของคุณด้วยล่ะ! แม้ในบางครั้งคุณอาจแพ้หรือชนะจากการแข่งขัน แต่รับรองว่าคุณจะต้องประทับใจในทุก ๆ ครั้งที่ได้จับพวงมาลัยรถ “มาริโอคาร์ต” ที่นี่อย่างแน่นอน!

“MARIO KART ~Koopa’s Challenge~” เป็นเครื่องเล่นเกม “มาริโอคาร์ต” เครื่องแรกของโลกที่ทางบริษัท Nintendo และสวนสนุก Universal Studios Japan ร่วมกันพัฒนานานกว่า 6 ปี โดยมีการฉายภาพเทคนิคพิเศษต่าง ๆ ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี AR, Projection mapping, Projection screen ฯลฯ นำทั้งหมดมาประกอบเป็นฉากหลังของเครื่องเล่น ให้เราได้สัมผัสบรรยากาศจากในเกมประวัติศาสตร์อย่าง “มาริโอคาร์ต” ราวกับว่ามันมีอยู่จริง

แฟนเกมค่าย Nintendo และแฟนเกมมาริโอ้เตรียมวางแพลนไปเที่ยวสวนสนุก USJ รอได้เลย! เพราะล่าสุดมีข่าวมาว่า ญี่ปุ่นกำลังพิจารณารับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศในเดือนเมษายนปีหน้า ใครที่กำลังคิดถึงประเทศญี่ปุ่นเตรียมกระเป๋าเดินทางให้พร้อมและรอฟังข่าวดีกันได้เลย!    สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

ตะลุยทริป 2 วัน 1 คืน ชมทิวทัศน์อันงดงามกับห้องอาบน้ำกลางแจ้งที่อิบารากิ

ถ้ามีเวลาเที่ยว 2 วัน 1 คืน กับคนรักจะไปเที่ยวที่ไหนดีในโตเกียว วันนี้เราขอเสนอสถานที่ท่องเที่ยวไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก นั่นก็คือจังหวัดอิบารากิ โดยสถานที่ที่จะนำเสนอก็เป็นสถานที่ถูกคัดมาจากนักท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ดังนั้นยังไงก็ต้องเป็นที่ที่สร้างความทรงจำที่ดีไม่รู้ลืมได้อย่างแน่นอน

สถานที่และแผนการเดินทางครั้งนี้แสนเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความประทับใจ อย่างแรกคืออยู่ไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก แต่ผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ด้วยทัศนียภาพของชายฝั่งอิซึระ จังหวัดอิบารากิ ที่สามารถช่วยฟื้นฟูจิตใจและร่างกายของคุณให้กับมาสดชื่น และน้ำพุร้อนธรรมชาติที่โอคากุระ เท็นชิน สามารถเดินทางจากโตเกียวเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งโดยการขับรถ

คุณสามารถแช่อ่างน้ำร้อนกลางแจ้งเพลิดเพลินไปกับวิวทะเลสุดลูกหูลูกตาที่แสนสงบและสวยงาม นอกจากนี้ยังสามารถไปเดินเล่นรอบชมวิวภูเขาและพิพิธภัณฑ์ได้อีกด้วย และภูเขาโออิวะที่อยู่บริเวณใกล้ๆ ก็เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่มีศาลเจ้าโออิวะ (御岩神社) อยู่ด้วย เพลิดเพลินไปได้ทั้งกับภูเขาและทะเล ครบครันมากทีเดียว

แนะนำแผนการเที่ยว 2 วัน 1 คืน

วันที่ 1 เมื่อเดินทางถึงอิบารากิ ก็แวะทานโซบะแสนอร่อยที่ร้านโยชิฮิซะอัน (慈久庵) หลังจากนั้นก็ไปเดินป่ารอบๆ บริเวณนั้น แล้วก็เช็คอินที่โรงแรมอิทสึยูระคันโค (五浦観光ホテル別館) ผ่อนคลายไปกับที่อาบน้ำกลางแจ้งและชมพระอาทิตย์ตกดิน  สล็อตเว็บตรง

วันที่ 2 เดินชมพิพิธภัณฑ์มีชื่อที่อยู่ใกล้เคียงอย่าง พิพิธภัณฑ์โระคาคุโดะ (六角堂) และพิพิธภัณฑ์โกรา (五浦美術館) หลังจากนั้นก็เดินทางไปไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าโออิวะอันศักดิ์สิทธิ์

แล้วก็แวะทานแพนเค้กแสนอร่อยที่ ซีเบิร์ดคาเฟ่ (シーバーズカフェ) พร้อมชมวิวทะเลแสนสวยก่อนเดินทางกลับ

 

 

 

เป็นที่ใช้เวลาเดินทางไม่นาน เพราะห่างโตเกียวเพียงแค่ 2 ชั่วโมง จะขับรถไปเองหรือถ้าใครไม่ชำนาญก็สามารถนั่งรถไฟไปลงที่อิบารากิได้เลย เป็น 2 วันที่คุ้มค่าที่จะเปลี่ยนบรรยากาศและยังได้พักผ่อนกับธรรมชาติที่สวยงามของชายฝั่งที่สวยงาม เป็นอีกหนึ่งทริปที่ไม่ควรพลาดจริงๆ

การเดินทางไปโรงแรม Goura Kanko Hotel Annex Daikanso
โรงแรมตั้งอยู่บนบริเวณชายฝั่งอิสึระที่สวยงาม มีชื่อเสียงเรื่องห้องอาบน้ำกลางแจ้งที่สามารถเพลิดเพลินกับวิวอันสวยงามได้
โทร: 0293-46-1111
ที่อยู่: 722 Otsu-cho, Kitaibaraki-shi, Ibaraki
เว็บไซต์: www.izura.net

เกาะฮาชิมะยุคเฟื่องฟูอุตสาหกรรม

เกาะฮาชิมะยุคเฟื่องฟูอุตสาหกรรม

เกาะฮาชิมะยุคเฟื่องฟูอุตสาหกรรม
เกาะฮาชิมะยุคเฟื่องฟูอุตสาหกรรม

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน จากที่ได้เคยพูดถึงเรื่องของแรงงานบังคับเกณฑ์ชาวเกาหลีไปแล้วและได้เกริ่นถึงเรื่องของ “เกาะฮาชิมะ” (端島) ที่จังหวัดนางาซากิ ในฐานะที่เป็นเกาะเทียมอัน (เคย) เป็นสมบัติของบริษัทมิตซูบิชิ ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นเคยเป็นที่ทำเหมืองถ่านหินอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ขนาดที่ว่ามีคนไปทำงาน ตั้งบ้านอาศัย มีชุมชน มีโรงเรียน แต่พอหมดยุคถ่านหินทุกอย่างก็จบ ผู้คนถูกต้อนให้ย้ายออกเหลือแค่ตึกเปล่าๆ ให้คนได้มโนเรื่องสยองขวัญกันไปเรื่อยถึงทุกวันนี้ วันนี้ก็จะขอพูดถึงประวัติของเกาะนี้ในแง่ของความเฟื่องฟูและฟุบของอุตสาหกรรมหนักของญี่ปุ่นกันนะครับ

เกาะฮาชิมะนั้นเป็นเกาะเทียมที่สร้างจากการถมขยายพื้นที่ แต่เดิมพื้นที่ตรงนี้เป็นเพียงลำธารเล็กๆ ยาวเพียงประมาณ 320 เมตรจากเหนือจรดใต้ ภายหลังลำธารเล็กๆ และแนวหินและสันดอนทรายรอบๆ ถูกบุกเบิก ถมขยายและพัฒนาพื้นที่มาถึงหกครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2440 (ปีเมจิที่ 30) ถึง พ.ศ. 2474 (ปีโชวะที่ 6) มีเนื้อที่ประมาณ 6.3 เฮกตาร์ (ราว 39 ไร่) และแนวชายฝั่งยาวรวมประมาณ 1,200 เมตร จากนี้ไปจะขอพูดถึงประวัติศาสตร์การทำเหมืองถ่านหินของที่นี่นะครับ

ยุคที่หนึ่ง ยุคเหมืองถ่านหินดั้งเดิม (พ.ศ. 2353-2432)

ว่ากันว่ามีการค้นพบถ่านหินที่ฮาชิมะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2353 (ปีบุนกะที่ 7) อย่างไรก็ตาม จนถึงสิ้นยุคเอโดะนั้น การเก็บถ่านหินขายเป็นเพียงงานเสริมสำหรับชาวประมงแถวนั้นเท่านั้นเอง พอมาปี พ.ศ. 2412 (ปีเมจิที่ 2) มีคนจากนางาซากิมารับเหมาขุดถ่านหิน แต่ทำได้ปีเดียวก็เลิก บริษัทที่รับช่วงทำต่ออีกสามบริษัทก็ทำแล้วเจอไต้ฝุ่นจนต้องเลิกทำไป กว่าเหมืองถ่านหินขนาด 36 เมตรจะขุดเสร็จสมบูรณ์ก็เข้าปี พ.ศ. 2429 (ปีเมจิที่ 19) ไปแล้ว

ยุคที่สอง ยุคระบบโรงนา (พ.ศ.2433-2457)

ในปี พ.ศ.2433 (ปีเมจิที่ 23) นายนาเบะชิมะ ซนทาโร่ (鍋島孫太郎) เจ้าของสัมปทานเหมืองถ่านหิน ได้โอนกรรมสิทธิ์เหมืองถ่านหินที่ฮาชิมะให้แก่บริษัทมิตซูบิชิในราคา 100,000 เยน หลังจากโอนแล้วก็มีการขุดเหมืองแห่งที่สองและสาม ซึ่งทำให้ขุดถ่านหินได้ปริมาณมากจนแซงหน้าเหมืองถ่านหินทาคาชิมะ (高島炭鉱) ในปี พ.ศ. 2340 มีงานก็ย่อมมีคนทำงาน แล้วก็ต้องเริ่มมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ตามมา เช่น เรือมีข้ามฟากของบริษัทฯ มีเครื่องทำเกลือ เครื่องกลั่นน้ำเพื่ออำนวยน้ำดื่มบนเกาะตั้งแต่ปี พ.ศ. 2434 มีโรงเรียนประถมที่ทางบริษัทฯ ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2436 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2440-2474 ก็มีการถมพื้นที่รอบเกาะไปเรื่อยๆ ตามลำดับ

“ระบบโรงนา” (納屋制度 นายะเซย์โดะ) ซึ่งเป็นระบบการจ้างงานคนงานทำเหมืองในยุคเมจิที่ควบคุมบังคับคนงานแบบที่กดหัวคนงานไม่ให้หนี (เช่นไม่จ่ายค่าแรงเป็นเงินสดแต่จ่ายเป็นตั๋วที่เอาไว้ซื้อของกินใช้ได้แค่ที่ร้านที่ทางเหมืองจัดตั้ง (ซึ่งขายของในราคาแพงกว่าราคาท้องตลาด) และการใช้ “หัวหน้าโรงนา” (納屋頭) เป็นคนคอยเคี่ยวเข็ญให้คนงานเข้าไปทำงานในเหมืองโดยไม่สนใจว่าคนงานจะเจ็บจะป่วยอย่างไร ทั้งยังเป็นคนออกเงินให้คนงานเบิกเงินล่วงหน้า รับเงินค่าจ้างจากบริษัทฯ มาจ่ายคนงานอีกทีหนึ่ง (ซึ่งจะได้มากน้อยก็แล้วแต่ว่าทำยอดขุดถ่านหินได้มากน้อยเท่าไหร่) พูดแค่นี้คงนึกภาพออกนะครับว่านี่มันนรกชัดๆ) กลายเป็นปัญหาสังคม ซึ่งในที่สุดก็ค่อยๆ เลิกใช้ระบบนี้ไปแล้วให้คนงานนั้นอยู่ในการควบคุมของบริษัทฯ โดยตรงแทน

พูดถึงสภาพการจ้างงานคนงานขุดเหมืองที่เลวร้ายนั้น มีข้อกล่าวอ้างต่างๆ เช่นว่าการเสาะหาคนงานนั้นใช้ระบบนายหน้า ซึ่งนายหน้าคนไหนชักชวนคนไปทำงานได้จะได้ค่านายหน้าหัวละ 3 เยน ก็เลยมักจะชวนคนแบบพูดให้ฟังดูดีเกินจริงว่าไปทำงานขุดเหมืองดีอย่างนั้นอย่างนี้ (คล้ายๆ หลอกคนไปทำงาน) แถมบริษัทฯ ยังเปิดซ่องนางโลม เปิดให้มีการพนันอีก ชีวิตคนงานทำงานหาเงินมาได้ก็ถูกหลอกล่อให้ใช้เงินไปกับอบายมุขเหล่านี้เสียหมด หลายคนจมอยู่ในปลักของการ “ขอเบิกเงินล่วงหน้า” เหมือนเป็นหนี้บริษัททำงานใช้หนี้วนไปเช่นนี้แล

ยุคที่สาม ยุคอุตสาหกรรมสร้างชาติ (พ.ศ. 2457-2488)

เมื่อเข้าสู่ยุคไทโช พอคนงานเหมืองถือว่าเป็นคนงานของบริษัทมิตซูบิชิโดยตรงแล้ว ก็เริ่มมีการยกระดับคุณภาพชีวิตเรื่องที่อยู่อาศัย มีการสร้างอพาร์ตเมนต์คอนกรีตเสริมเหล็กหลังแรกในปี พ.ศ. 2459 (ปีไทโชที่ 5) ในยุคนี้เองที่เกาะฮาชิมะได้ฉายาจากสื่อว่าเป็น “เกาะเรือรบ” (軍艦島 กุนคังจิมะ)

Hashima apartment building circa 1930
ตึกอพาร์ทเมนต์บนเกาะ ภาพราวปี พ.ศ. 2473
Hashima circa 1930
ภาพเกาะฮาชิมะ ราวปี พ.ศ. 2473 จะเห็นปล่องควันสูง ควันดำโขมง

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2459 ความต้องการแรงงานเริ่มพุ่งสูง เริ่มมีการใช้แรงงานวัยรุ่นชายและแรงงานหญิงในเหมือง พอกลางยุคไทโชก็เริ่มมีการเอา “แรงงานเกาหลี” เข้ามา พอเข้าสู่ยุคโชวะ ปี พ.ศ. 2482 (ปีโชวะที่ 14) เริ่มมีการเอาแรงงานเกาหลีมาใช้อย่างจริงจัง (โดยใช้ให้ไปทำงานที่หนักๆ) พอปี พ.ศ. 2486 (ปีโชวะที่ 18) มีการใช้แรงงานเชลยศึกชาวจีนด้วย ในขณะที่คนงานชาวญี่ปุ่นได้รับสิ่งอำนวยความสะดวกตามความเฟื่องฟูของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การประกันสุขภาพ การค้า สิ่งบันเทิง แลกกับการทำงานหนัก 12 ชั่วโมงต่อวัน วันละสองกะ คนงานเกาหลีถูกขังอยู่ในโรงนา และเชลยศึกชาวจีนถูกกักขังอยู่ในรั้วที่ปลายทิศใต้ของเกาะฮะชิมะ (นี่ก็เป็นเรื่องราวที่ทำให้หลังยุคสงคราม แรงงานเชลยศึกชาวจีนตลอดจนถึงลูกหลานของผู้วายชนม์ที่ถูกใช้ให้ทำเหมืองที่เกาะทาคาชิมะ เกาะฮาชิมะ และซากิโตะ ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลญี่ปุ่น จังหวัดนางาซากิ บริษัท Mitsubishi Materials และบริษัท Mitsubishi Heavy Industries เพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย แต่ศาลจังหวัดนางาซากิได้ยกฟ้องโดยอ้างเหตุว่า หมดอายุความในการเรียกร้องค่าเสียหาย (เกินยี่สิบปีแล้ว) แต่ได้ยอมรับว่ามีการบังคับใช้แรงงานโดยมิชอบด้วยกฎหมายเกิดขึ้นจริง

Dong-A Ilbo 19220608
หนังสือพิมพ์ภาษาเกาหลี “ตงอาอิลโบ” ฉบับวันที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2465 ลงข่าวเรื่อง “หมู่บ้านชาวเกาหลีใกล้นางาซากิ”

ในเรื่องของความปลอดภัยของแรงงานนั้น ในช่วงปี พ.ศ. 2482-2488 มีแรงงานญี่ปุ่นตาย 1,162 คน เกาหลี 122 คน จีน 15 คน จากการระเบิดในเหมือง การถูกทับหายใจไม่ออกตาย ในขณะที่ประชากรบนเกาะฮาชิมะในปี พ.ศ.2483 มีอยู่ราว 3,333 คน

 

อ่านแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างครับ? ในยุคก่อนนั้นมีเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างไม่เป็นธรรมอยู่ไม่ใช่น้อยครับ หวังว่าอ่านแล้วจะเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับใครหลายๆ คนได้ถึงสิ่งที่ไม่ดีที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์จริงๆ ในตอนต่อไปจะพูดต่อถึงยุคสิ้นสุดความเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมถ่านหินซึ่งนำไปสู่การกลายเป็นเกาะร้างของเกาะฮาชิมะครับ UFABET เว็บตรง

5 อันดับรถไฟเหาะตีลังกาที่เสียวตับ

5 อันดับรถไฟเหาะตีลังกาที่เสียวตับ

5 อันดับรถไฟเหาะตีลังกาที่เสียวตับ
5 อันดับรถไฟเหาะตีลังกาที่เสียวตับ

สถานที่ท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นที่นิยมไม่เสื่อมคลายเลยค่ะ และถ้าพูดถึงสวนสนุกก็ต้องนึกถึงรถไฟเหาะซึ่งเป็นเครื่องเล่นยอดฮิตใช่ไหมล่ะคะ ที่ญี่ปุ่นเองก็มีรถไฟเหาะชื่อดังอยู่ทั่วประเทศ แต่หลายคนอาจสงสัยว่าเครื่องเล่นแบบใดเป็นสุดยอดความน่ากลัวที่สุด วันนี้เรามีผลโหวต 5 อันดับเครื่องเล่นที่คนญี่ปุ่นบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าน่ากลัวมาฝากค่ะ

อันดับที่ 1 Steel Dragon 2000 ที่ Nagashima Spa Land จังหวัดมิเอะ

เครื่องเล่นนี้เป็น Giga coaster ซึ่งเป็นเครื่องเล่นประเภทเดียวกับโรลเลอร์โคสเตอร์ แต่รถไฟเหาะนี้จะวิ่งทะยานขึ้นไปยังจุดที่สูงมากและดิ่งลงมาพร้อมกับความหวาดเสียว รถไฟเหาะเครื่องนี้ถูกบันทึกว่าเป็นรถไฟเหาะที่มีรางยาวมากที่สุดในโลกด้วย โดยมีความยาวมากถึง 2,479 เมตร ความคิดเห็นของผู้เล่นส่วนหนึ่งบอกว่า จังหวะที่น่ากลัวที่สุดคือตอนที่รถไฟแล่นขึ้นไปที่จุดสูงสุดที่ความสูง 97 เมตร แล้วดิ่งลงมาจนแทบจะเป็นแนวตั้งฉาก ใครผ่านเครื่องเล่นนี้ไปได้ เครื่องเล่นอย่างอื่นก็ชิวๆ เลย

อันดับที่ 2   EEJANAIKA ของ Fuji-Q Highland จังหวัดยามานาชิ

เป็นหนึ่งในรถไฟเหาะของ Fuji-Q Highland การันตีความหวาดเสียวได้เลยเพราะติดอันดับโลกบ่อยมาก ไฮไลต์อยู่ที่เก้าอี้หมุนตีลังกาได้ เพิ่มความน่ากลัวเข้าไปใหญ่ โดยเครื่องเล่นนี้มีระยะทางยาว 1,153 เมตร ส่วนจุดสูงสุดอยู่ที่ 76 เมตร ความคิดเห็นจากผู้เล่นจริงบอกว่าจังหวะที่มองลงมาข้างล่างขณะที่ตัวเองกำลังถูกหมุนอยู่ข้างบนน่าหวาดเสียวสุดๆ

อันดับที่ 3   FUJIYAMA ของ Fuji-Q Highland จังหวัดยามานาชิ

เป็นอีกหนึ่งในรถไฟเหาะของ Fuji-Q Highland แต่ FUJIYAMA เป็นรถไฟเหาะแบบไม่ตีลังกา ได้รับความนิยมอย่างมากว่าเป็น King of Coasters เลย ไฮไลต์เด็ดคือความเดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง เดี๋ยวเลี้ยวโค้ง เดี๋ยวสั่น เดี๋ยวหยุดนี่แหละ ที่ทำเอาคนเล่นหัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ โดยเครื่องเล่นนี้มีระยะทางยาว 2,045 เมตร ส่วนจุดสูงสุดอยู่ที่ 79 เมตร ความคิดเห็นจากผู้เล่นจริงบอกว่า นี่เป็นเครื่องเล่นระดับท็อปของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

อันดับที่ 4   HAKUGEI ที่ Nagashima Spa Land จังหวัดมิเอะ

เครื่องเล่นที่มีโครงสร้างเสาทำจากไม้ ถือว่าเป็นการผสมผสานกันระหว่างไม้และเหล็กช่วยเพิ่มความหวาดเสียวเมื่อเครื่องเร่งสปีด โดยเฉพาะตอนดิ่งลงมาด้วยความเร็ว 107 กม./ชม. นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวของรถไฟเป็นแบบหมุนได้ 360 องศาด้วย เครื่องเล่นนี้มีความยาว 1,530 เมตร ส่วนจุดสูงสุดอยู่ที่ 55 เมตร ความคิดเห็นจากผู้ลองเล่นจริงบอกว่าเครื่องเล่นที่ทำจากไม้จะให้ความรู้สึกที่น่าหวาดเสียวไม่เหมือนเครื่องเล่นอื่นที่ทำจากเหล็ก

อันดับที่ 5   Hollywood Dream – The Ride ของ USJ จังหวัดโอซาก้า

 

เป็นรถไฟเหาะสุดอลังการของ Universal Studios Japan ที่มีรางยาวไปทั่วสวนสนุก โดย The Ride เป็นรถไฟเหาะสีขาว ให้ความรู้สึกเสียวไส้แต่ก็สามารถมองเห็นวิวสวยๆ ของสวนสนุกจากมุมสูงได้ อีกทั้งยังเพิ่มกิมมิคเสริมความเร้าใจด้วยการมีลำโพงที่ติดอยู่ที่พนักพิงหัว ซึ่งเราสามารถเลือกเพลงจากในลิสต์ฟังขณะเล่นได้ด้วย เสียงจากผู้เล่นส่วนหนึ่งบอกว่าเสียงเพลงช่วยลดความน่ากลัวลงได้นิดหน่อย

สายเที่ยวคนไหนที่อยากเพิ่มความตื่นเต้นเร้าใจให้กับทริปญี่ปุ่นครั้งหน้า อย่าลืมใส่ทริปสวนสนุกไปด้วยนะคะ คนญี่ปุ่นการันตีมาให้ขนาดนี้ รับรองว่าสนุกสุดเหวี่ยงแถมหวาดเสียวถูกใจแน่นอนค่ะ  UFABET เว็บตรง

โรงแรมและเรียวกังในจังหวัดโทจิงิจัดแคมเปญ

โรงแรมและเรียวกังในจังหวัดโทจิงิจัดแคมเปญ

โรงแรมและเรียวกังในจังหวัดโทจิงิจัดแคมเปญ

การระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ส่งผลให้มีการยกเลิกการจองห้องพักจากนักท่องเที่ยวมากมาย สมาคมผู้ประกอบการโรงแรมและเรียวกังจังหวัดโทจิงิ จึงได้จัดแคมเปญ “แช่ออนเซ็นแบบหนึ่งวันได้ในราคา 500 เยน (นักเรียน 300 เยน)”  จากราคาปกติ 1,000 เยนขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิญชวนให้ผู้คนมาแช่ออนเซ็นเพื่อเยียวยาร่างกายและจิตใจ ลดความตึงเครียดจากการระบาดของไวรัส

จากการสอบถามผู้ประกอบการ 293 แห่งภายในจังหวัดพบว่า ช่วงระหว่าง 24 มกราคมถึง 17 พฤษภาคม มีแขกยกเลิกห้องพักถึง 76,928 การจอง ทำให้สูญรายได้เป็นจำนวนเงิน 96,492,000 เยน หรือ ราว ๆ 32 ล้านบาท จึงได้มีการหารือร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการเพื่อช่วยพยุงกันในช่วงสภาพเศรษฐกิจที่เลวร้ายนี้ โดยมีผู้ประกอบการโรงแรมทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กเข้าร่วมอย่างมากมายถึง 30 แห่ง

สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ก็ง่ายเพียงนิดเดียวแค่เข้าไปที่ Facebook  栃木県旅館ホテル若旦那の会 หรือ หรือ Instagram tochigi.onsen.wakadanna แล้วกดไลก์ แสดงให้พนักงานดูก่อนที่เข้าไปในออนเซ็น เพียงเท่านี้ก็ได้แช่ออนเซ็นในราคา 500 เยนแล้ว

ระยะเวลาของแคมเปญนี้จะจัดถึงวันที่ 30 เมษายน ซึ่งจังหวัดโทจิงิเป็นจังหวัดหนึ่งในภูมิภาคคันโตบนเกาะฮอนชู มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย รวมไปถึงอุทยานแห่งชาติชื่อดังอย่างอุทยานแห่งชาตินิกโก ที่สำคัญในจังหวัดโทชิงิยังมีออนเซ็นจำนวนมากถึง 600 แห่งที่มีคุณภาพน้ำอุดมสมบูรณ์ จึงถือว่าเป็นกิจกรรมดี ๆ ในช่วงที่เกิดวิกฤติแบบนี้ที่อยากเอามาแบ่งปัน เผื่อคนไทยคนไหนอาศัยอยู่จังหวัดโทชิงิ อยากแช่ออนเซ็นเพื่อช่วยบำบัดจิตใจ ก็สามารถเข้าไปใช้บริการได้นะคะ

สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย